Skip to main content

อนาคตของพาสเวิร์ดที่ไม่ต้องมีพาสเวิร์ด

· One min read

เป็นเรื่องธรรมดาไปซะแล้วที่สร้างบัญชีแล้วดันลืมรหัสผ่าน ก็เลยใช้รหัสผ่านอันเดียวกันไปเลยหรือไม่ต้องมีไปเลยซะไม่ดีกว่าเหรอ จะเสี่ยงต่อการโดนแฮคหรือเปล่า วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของประวัติ ทำไมโลกนี้ต้องมีรหัสผ่าน และอนาคตของรหัสผ่านที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปครับ

ทำไมเราต้องมีรหัสผ่านด้วย

matthew-henry-fPxOowbR6ls-unsplash.webp

รหัสผ่านนี่ก็เกิดขึ้นมากับคอมพิวเตอร์เลยครับ ซึ่งคอมพิวเตอร์ในยุคแรกๆ ที่สามารถเข้าถึงได้หลายผู้ใช้งาน ซึ่งเราเองก็คงไม่อยากจะให้ไฟล์บนคอมพิวเตอร์ของเราถูกเข้าถึงโดยผู้ใช้คนอื่นหรอกเนอะ ก็เลยเกิดรหัสผ่านที่ใช้ตัวอักษรขึ้นนั่นเองครับ โน้ตไว้นิดนึงนะ ว่าตอนนั้นผู้ใช้งานมันมีน้อยนิดมากๆ คนที่มีคอมพิวเตอร์นี่คือต้องรวยมาก

และหลังจากนั้นไม่นาน โลกอินเตอร์เน็ตก็เริ่มขึ้น มีคนใช้เซิฟเวอร์เดียวกันมากขึ้น คอมพิวเตอร์สามารถถูกเข้าถึงจากที่ไหนก็ได้ คราวนี้แหละครับ เพราะด้วยพาสเวิร์ดนี้มันสามารถคาดเดาได้ ก็ทำให้ต้องหาวิธีในการทดแทนพาสเวิร์ดหรือการทำให้พาสเวิร์ดนี้ปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งมันก็คือการเพิ่มความยาวของรหัสผ่านให้ยาวขึ้น มีการแนะนำเว็บไซต์ให้ใช้ความยาวรหัสผ่านให้มีอย่างน้อย 8 ตัวอักษร แต่ 8 ตัวอักษรในปัจจุบันนี่ก็น้อยไปเสียแล้วสิครับ เพราะแฮกเกอร์สามารถใช้คอมพิวเตอร์สุ่มรหัสผ่านให้ถูกต้องได้ภายในเวลาเพียง “ชั่วโมง” เท่านั้น แต่พอเราจะเพิ่มความยาวกว่านี้ เพื่อนๆ คงจะจำกันไม่ไหวกันแล้วสิ นี่แหละครับปัญหา

แล้วการมีรหัสผ่านมันไม่ดีตรงไหน

นอกจากจะมีประโยชน์เพื่อยืนยันตัวตนในอดีตแล้ว เรามาดูกันบ้างดีกว่าครับว่าทำไมมันถึงเป็นปัญหากับพวกเราในปัจจุบัน

เสียเวลา

ทำไมต้องมาจำ เรามีรหัสผ่านสำหรับบัญชีนั้น บัญชีนู้น แล้วบางครั้งต้องมีการเรียงที่ต้องแบบ ตัวเล็กบ้าง ตัวใหญ่หน่อย ตัวเลขตัวอักษรพิเศษเข้าไปอีก จะได้ทำให้ปลอดภัย แต่ความว่าปลอดภัยนั้น มันจำยาก เหมือนเพื่อนๆ โดนให้จำภาษาอะไรก็ไม่รู้อ่ะ ยุกยิกยู่ยี่ไปหมด

แล้วนอกจากจะจำไม่ได้แล้ว ก็ยังทำให้เสียเวลาแล้ว ก็ยังรวมไปถึงเรื่องของการที่ว่า หากเราลืมรหัสผ่านก็จะทำให้เราซวยเข้าไปอีกครับ เพราะอย่างบริษัทยักษ์ใหญ่ ถ้าเราลืมรหัสผ่าน เราจะต้องไปแจ้งให้แก่ฝ่าย IT ได้รับทราบ เพื่อให้เขาไปรีเซ็ทรหัสผ่านให้เรานั่นเอง โดยจากรายงานของบริษัทไมโครซอฟท์แล้ว บริษัทต้องเสียเวลาในการทำเรื่องถึง 30 นาทีกว่าจะกลับเข้ามาใช้งานได้เหมือนเดิม [ที่มา] ซึ่งเท่ากับว่าบริษัทต้องเสียเวลา 30 นาทีต่อครั้ง ทั้งตัวพนักงานที่ลืมรหัสผ่านเองและฝ่ายซัพพอร์ทงาน

เสียหายต่อบริษัท

เพราะข้อมูลบริษัทนั้นเป็นเรื่องที่จะให้ใครภายนอกรู้ไม่ได้เลย โดยเฉพาะบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ที่มีความลับทางการค้ามากมาย ทั้งซอร์สโค้ด และก็ความลับภายในอีกมากมาย แต่ถ้าหากมีพนักงานคนใดไปใช้รหัสผ่านซ้ำ แล้วสามารถเดารหัสผ่านได้หล่ะ คราวนี้แหละครับเป็นเรื่องแน่นอน

บริษัทในบัจจุบันเลยต้องมีมาตรการมากมายเพื่อป้องกันข้อมูลภายในไม่ให้ไหลออกภายนอกอย่างมหาศาล ซึ่งอาจจะมีเหตุมาจากเรื่องทั่วๆ ไปอย่างเรื่องรหัสผ่านที่ไม่ปลอดภัยก็เท่านั้น

อนาคตของโลกอินเตอร์เน็ต

ee5378c401b4dbfbc8a52db1cf3a8f0b.webp

ภาพประกอบจาก Lastpass

บนโลกอินเตอร์เน็ตเราจะเห็นได้ว่า ณ ปัจจุบัน เรากำลังสร้าง “ตัวตนบนโลกออนไลน์” เช่นการสมัคร Facebook เอาไว้พูดคุยทั่วไป การสมัคร Twitter เอาไว้ระบายอารมณ์แบบทันทีทันใด หรือทั้งการสมัครอย่าง LinkedIn เพื่อให้ผู้จ้าง (Recruiter) ได้เข้ามาอ่านประวัติของเรา ซึ่งในอนาคตก็จะมีบริการแบบนี้มากขึ้น และก็จะทำให้เรานั้นมีตัวตนบนโลกอินเตอร์เน็ตได้ง่ายและครบทุกด้านของเรามากขึ้นอีกด้วย

แต่ในเรื่องของรหัสผ่านแล้ว เราเองนั้นแทบจะไม่มีวิธีในการจัดการมันเลย แม้ว่าเราจะอยู่ที่ไหนบนโลกอินเตอร์เน็ต แต่เราก็ไม่สามารถใช้ตัวตนนั้นเพื่อทำการยืนยันตัวตนตัวเราเองบนโลกอินเตอร์เน็ตได้เลย วันนี้เราเลยจะมาเข้าเรื่องกับวิธีการแก้ไขนั่นเอง

เป้าหมายการทดแทนรหัสผ่าน

รหัสผ่านมันไม่ต้องมีแล้ว แต่จะทำอย่างไรให้เว็บไซต์นั้นรู้ว่าเราคือตัวจริง ไม่ใช่ใครอื่น ซึ่งวิธีการยืนยันตัวตนนั้นก็มาจากสิ่งหลักๆ นั่นคือ

  1. สิ่งที่เรารู้ (Things that you already know)
  2. สิ่งที่เรามีอยู่แล้ว (Things that you already own)
  3. สิ่งที่เราจำได้ (Things that you already remember)

ซึ่งการใช้สิ่งพวกนี้ในการยืนยันตัวตนนั้นก็ได้ผลอย่างมาก เช่นการใช้เบอร์โทรศัพท์ (สิ่งที่เรารู้) และส่งรหัสผ่านใช้ครั้งเดียว (หรือ OTP) ไปยังเบอร์นั้น ซึ่งเราก็จะต้องมีโทรศัพท์และซิมเบอร์โทรศัพท์นั้นอยู่ (หรือก็คือสิ่งที่เรามี) เพื่อยืนยันตัวตน และนี่ก็คือตัวอย่างของตัวตนที่เราสามารถใช้ เพื่อมาทดแทนการใช้รหัสผ่านได้นั่นเองครับ

แต่เพราะว่าเทคโนโลยีอย่างการส่ง OTP ผ่านซิมนั้นก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน เพราะว่าในต่างประเทศนั้นมีเหตุการณ์ที่มีคนถูกขโมย OTP ไปจากการก๊อปปี้ SIM ของเหยื่อไป จนทำให้โจรรายนั้นสามารถเข้าไปยังแอพธนาคารและโอนเงินหนีไปได้อย่างง่ายดาย

ดังนั้น ในปัจจุบันจึงมีการคิดวิธีเพื่อให้เปลี่ยนแปลงในด้านการยืนยันตัวตน ผ่านช่องทางหลายๆ อย่างอยู่มากมาย โดยมีตัวอย่างของวิธีดังนี้ครับ

การใช้ Biometrics มาใช้เป็นรหัสผ่าน

b9dabf6e54eb999e090c02d43ae506e2.webp

สัญลักษณ์แอปเปิล Touch ID (ซ้าย) และ Face ID (ขวา) [ภาพจาก intego.com]

นอกจากสิ่งที่เรามีอย่างโทรศัพท์แล้ว สิ่งที่เรามีแล้วต้องไม่มีใครเหมือนก็อย่างเช่นลายนิ้วมือนั่นเอง ซึ่งในอนาคตนั้น เพื่อนๆ อาจจะเห็นการใช้งาน ID (เช่น Face ID และ Touch ID) ในการเข้าใช้งานแอพมากขึ้น ซึ่งนอกจากที่จะเป็นเราแล้ว ก็ยังทำให้เราไม่ต้องไปจำรหัสผ่าน และไม่มีใครสามารถมีสิ่งแบบนี้เหมือนเราได้อีกแล้วนั่นเอง

การใช้ ‘Sign In With …’

ed40096151d9ccfb581983b135c88d67.webp

หน้าล็อคอินของ Medium.com [ภาพจาก medium.com]

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เว็บไซต์ทั่วโลกเลือกใช้ในปัจจุบัน คือเราเองไม่ต้องไปทำขั้นตอนการสมัครบริการกับเว็บไซต์อะไรทั้งสิ้น แต่เราจะใช้บัญชีที่มีอยู่แล้วกับผู้ให้บริการ (จากตัวอย่างก็จะมี Apple ID, Facebook, Google, Twitter) ที่เราเคยสมัครอยู่แล้วในการเข้าใช้งานบริการอย่าง Medium นั่นเอง ซึ่งนอกจากว่าจะทำให้เว็บไซต์นั้นไม่ต้องจดรหัสผ่านของเราแล้ว แล้วก็เป็นความสะดวกสำหรับผู้ใช้งานด้วยที่สามารถกดไม่กี่ปุ่ม และก็สามารถสมัครเข้าใช้งานได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

ส่วนเรื่องความปลอดภัย เว็บไซต์พวกนี้ก็แทบจะสามารถโยนปัญหาไปยังผู้ให้บริการการยืนยันตัวตนได้เลย อย่างเช่นว่าหากผู้บริการการยืนยันตัวตนนี้เราถูกแฮค เราก็จะถูกขโมยตัวตนบนเว็บไซต์ที่เราใช้ผู้ให้บริการเหล่านี้ไปพร้อมกันเลย แบบต้องยกกันไปเป็นเข่งเลยทีเดียว แต่อาจเพราะในเรื่องของ “อยู่รวมกันเราอยู่” หรือ “เราล็อคไว้อย่างแน่นหนา” วิธีนี้ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่แย่เสมอไปก็ได้ครับ

เพื่มความปลอดภัย ให้มากกว่าแค่รหัสผ่าน

นอกจากรหัสผ่านแล้ว เพื่อนๆ ก็สามารถเพิ่มปัจจัยในการยืนยันตัวตน หรือที่เรียกติดปากกันไปแล้วว่า 2 Factor Authentication (2FA) แต่นั่นก็เป็นแค่เพียงสองปัจจัยเท่านั้นแหละครับ จริงๆ แล้วสามารถเพิ่มให้มันมากกว่านี้ก็ได้นะครับ แต่เดี๋ยวจะรำคาญกันไปซะก่อน เว็บไซต์ต่างๆ เลยแนะนำให้เราเพิ่มปัจจัยที่สองเข้าไป โดยมีตัวอย่างปัจจัยที่สองในโลกอนาคตกันดังนี้ครับ

การใช้อุปกรณ์โทรศัพท์ในการรับ OTP

7ff2f2e8c75649fc7eba5f06837dd7fa.webp

หน้าตารหัสผ่านชั่วคราวบนแอพ Authy [ภาพจาก authy.com]

เป็นขั้นตอนการทำ 2 Factor Authentication ที่เหมือนกับการได้รับ OTP มาจาก SIM แต่นี่เป็นการเข้าใช้ด้วยรหัสผ่านที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เรื่อยๆ และสามารถทำงานได้ต่อไปแม้ว่าจะไม่มีอินเตอร์เน็ตก็ตามก็สามารถทำได้ เพียงแค่เพื่อนๆ เปิด 2 Factor Authentication ด้วยการใช้ QR Code และให้ทำการใช้แอพรับรหัสผ่านอย่างเช่น Authy, Google Authenticator, Microsoft Authenticator หรือ 1Password ในการให้มันสร้างรหัสผ่านชั่วคราวขึ้นมาให้เรา แค่นี้เราก็จะมีความปลอดภัยเข้าไปอีกหนึ่งชั้นแล้วครับ

การใช้อุปกรณ์ที่เข้าใช้งานแล้วในการช่วยยืนยันตัวตน

0_aOZ4wwn_3CswFbMn.webp

การแจ้งถามเพื่อยืนยันตัวตนจากเครื่องที่เข้าใช้แล้ว [ภาพจาก authy.com/blog]

Google และ Yahoo มีการให้ผู้ใช้งานยืนยันตัวตนในเครื่องที่ได้ล็อคอินไว้แล้ว (เป็นสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว) ด้วยการกด ‘Yes’ เพื่อไปยืนยันตัวตนสำหรับอุปกรณ์ใหม่ที่กำลังจะเข้ามาใช้งานบัญชีของเรานั่นเอง

การใช้กุญแจรหัสผ่านในการช่วยยืนยันตัวตน

244c6a128f6ba80bedfde2993a3dbc83.webp

ภาพกุญแจ Google Titan ทั้งแบบ Bluetooth (ซ้าย) USB-A (กลาง) และ USB-C (ขวา) [ภาพจาก cloud.google.com]

อันนี้ก็จะล้ำไปนิดนึงเนอะ วิธีนี้เป็นการเอาเหมือน “ตัวยืนยันตัวตน” ของเราไปเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อย่างคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ ผ่าน Bluetooth หรือ USB และก็จะทำให้เพื่อนๆ นั้นสามารถเข้าไปใช้งานบริการได้ทันที โดยอาจพ่วงการเข้าถึง Single Sign-on เพื่อให้เราสามารถใช้ตัวเครื่องนี้เพื่อยืนยันตัวตนกับเว็บไซต์ต่างๆ ทั้งบริการที่รองรับ และให้ SSO ในการกรอกรหัสผ่านให้ในบริการที่ไม่ได้รองรับ

ซึ่งหลักการข้างในนั้นเยอะมากๆ วันนี้คงจะเล่าไม่เสร็จเนอะ แต่ง่ายๆ คือเหมือนเป็นบัตรพนักงาน แล้วก็แค่ตี้ดนู่น ตี้ดนี่ก็จะเข้าถึงบริการที่เราต้องการได้แล้วนั่นเองครับ

การใช้ตัวจำรหัสผ่าน

8d9ef9dfb2f9e256ee6d4f8c2249df5d.webp

หน้าตาแอพ 1Password (ซ้าย) LastPass (กลาง) และ DashLane (ขวา) [ภาพจาก apps.apple.com]

หนึ่งในตัวอย่างของตัวจดจำรหัสผ่านที่มีชื่อเสียงก็เช่น 1Password, LastPass, DashLane ซึ่งบริการเหล่านี้นั้นเป็นเหมือนสมุดจดรหัสผ่าน แต่จะเอาไว้จดรหัสผ่านเท่านั้น ซึ่งก็จะทำให้เวลาเราต้องการเข้าใช้งานเว็บไซต์ เราก็จะสามารถใช้บริการเหล่านี้ในการกรอกรหัสผ่านให้อัตโนมัติ เวลาเข้าเว็บอะไรก็ไม่ต้องถามหรือรื้อฟื้นความทรงจำอะไรมาก กดๆ แล้วเดี๋ยวมันเติมให้เลย

ส่วนตัวผมแล้ว นี่คือ “ปัจจุบัน” ที่ผมสามารถทำได้เพื่อจัดการรหัสผ่านทั้งหมดให้กับผมที่มีเกือบ 200 บัญชี (อันนี้พูดจริงๆ นะ ไม่ได้พูดเล่น) และก็ยังรองรับการใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (Two Factor Authentication) อีกด้วย ทำให้ยิ่งปลอดภัยกับการเข้าใช้เข้าไปอีก

ส่วนถ้าเพื่อนๆ อยากให้มารีวิวตัวจำรหัสผ่านว่าอันไหนดีหรือไม่ดี ก็อย่าลืมกด Follow เพื่อติดตามสตอรีใหม่กันด้วยนะครับ ไว้คราวหน้าจะมาเขียนให้อ่านกันครับ

Untitled

· One min read

ผู้บริหาร PlayStation บอกเองว่านี่คือแผนที่เรารู้สึกว่าโอเคมากที่สุด เพื่อให้เราสามารถสร้างเกมคุณภาพสูงและลูกค้าพึงพอใจที่จะเล่นเกมเก่าแต่ก็ไม่ได้เก่ามาก

.

โดยคุณ Nick Maguire ผู้บริหารสูงสุดของด้านการสมัครสมาชิกและเป็น Vice President ของบริษัทฯ ได้ออกมาบอกทางเว็บไซต์ GamesIndustry.biz ...

.

สนับสนุนเพจ ByteSide.one ได้ง่าย ๆ เพียงเข้าไปกดรับโค้ดใน Shopee และ Lazada พร้อมรับคูปองเอาไปซื้อของอีกด้วย

.

... ว่าจะพยายามเอาเกม First-party ของทาง PlayStation ออกมาให้ชาว PlayStation Plus Extra และ Deluxe/Premium ได้มาเล่นฟรี ๆ แต่อาจจะต้องทิ้งช่วงไว้ประมาณ 12-24 เดือน ด้วยเหตุผลว่านี่คือแผนของเรา ที่สำเร็จแล้ว และเราจะทำต่อไป

.

เราเข้าใจว่าเกม First-party นั้นจะได้รับความนิยมในบริการ PlayStation Plus อย่างแน่นอน แต่เรามีแผนแล้วว่าเราจะเอาเกมพวกนั้นเข้าอย่างแน่นอน แต่จะไม่บอกให้แน่ชัดกับเหล่าเกมเมอร์ว่าจะเอาเข้าไปเมื่อใด

.

และนอกจากนี้มีการยกตัวอย่างความสำเร็จของเรื่อง Day One บน PlayStation Plus อย่าง Stray และเรื่องการขยายตลาดไปยังกลุ่ม Premium ให้มากขึ้นด้วยบริการ Game Streaming รูปแบบใหม่ ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถอ่านต่อได้ที่ https://byteside.one/.../interview-exclusive-psplus.../

Untitled.png

ดับเบิ้ลแผ่น! Final Fantasy 16 เวอร์ชัน PS5 เกือบจะมาพร้อมกับแผ่น Blu-Ray ถึง 2 แผ่น

· One min read

รุ่นดับเบิ้ลแผ่น (เกือบ) จะกลับมาอีกครั้ง ครั้งนี้กับเกม Final Fantasy XVI ก็เกือบจะมาให้สองแผ่นเต็ม ๆ ที่ปกติแล้วจะถูกทำขึ้นเพราะขนาดเกมที่อยู่ภายในแผ่นนั้นใหญ่เกินไป ซึ่งมีการยืนยันจากผู้พัฒนาเกมแล้วว่าจะมาหนึ่งแผ่นแน่นอน เล่นพร้อมกันวันที่ 22 มิถุนายนนี้ ทดลองเล่นได้แล้ววันนี้เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ทางโปรดูเซอร์เกม Naoki Yoshida ก็ได้ออกมาพูดคุยกับสื่อญี่ปุ่นอย่าง Famitsu ว่าก่อนหน้านี้ทาง Square Enix เกือบจะต้องทำแผ่นเกม Final Fantasy XVI ทั้งสิ้นสองแผ่น เพราะขนาดเกมและคุณภาพที่แน่นเอียดจึงไม่สามารถยัดเอาไว้ในแผ่น Blu-Ray แผ่นเดียวได้ แต่สุดท้ายแล้วก็สามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นแผ่นเดียวได้เพื่อลดต้นทุนการผลิตลง และลูกค้าไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดเกมผ่านอินเตอร์เน็ตเพิ่มอีกด้วย

พรีออเดอร์เกม Final Fantasy 16 ได้แล้ววันนี้! พร้อมรับเงินคืนสูงสุดถึง 30% บน Shopee https://shope.ee/6AGRrqD0nh และ Lazada https://s.lazada.co.th/s.Q42Pf?cc

แต่อาจจะต้องมีดาวน์โหลด Day One Patch กันก่อนเล่นเพิ่มเติมหน่อยเพื่อแก้ไขบัคในวินาทีสุดท้าย โดยมีขนาดประมาณ 300 MB เท่านั้น ซึ่งทางคุณ Yoshida เองก็ออกมาบอกว่าเขาเองก็ไม่อยากทำแบบนั้น แต่จำเป็นต้องอัพเดทแบบ Day One เพราะบัคที่พบในเวอร์ชัน master (เวอร์ชันเกมที่อยู่ในแผ่น) นั้นมีปัญหาที่อาจทำให้การดำเนินเรื่องหลักมีปัญหา

พร้อมกับขนาดเกมหลัก (รูปแบบดิจิทัล) ที่มีขนาดราว ๆ 90 GB ที่วันนี้ (20 มิถุนายน) เพื่อน ๆ สามารถดาวน์โหลดเกมล่วงหน้าได้แล้วและรอเล่นพร้อมกันในวันที่ 22 มิถุนายน

แถมว่าทางทีมยังได้เตรียมแผนสำรองด้วยแพ็กเกจแบบแผ่นคู่ หากเกมไม่สามารถขายเป็นรูปแบบแผ่นเดียวเอาไว้ด้วย ทำให้ทาง Famitsu ตั้งคำถามว่านี่เป็นการเซฟแบบวินาทีสุดท้ายหรือเปล่า

หากใครยังไม่คุ้นเคยกับแผ่น Blu-Ray โดยปกติแล้ว แผ่น Blu-Ray หนึ่งแผ่นจะสามารถจัดเก็บไฟล์เกมได้สูงถึง 80 GB แต่เหมือนว่าจะไม่เพียงพอเลยกับเกม Final Fantasy XVI ที่แพ็กคอนเท้นท์แบบจัดหนักจริง ๆ ซึ่งเกมภายในตลาดปัจจุบันส่วนใหญ่จะสามารถเก็บเกมขนาดใหญ่บน Blu-Ray แผ่นเดียวจบ

แต่ผู้พัฒนาสามารถลดขนาดเกมลงให้ใส่แผ่นเดียวได้เพียง 6 เดือนก่อนเกมจะออกวางขาย เรียกได้ว่าเป็นการปรับแผนในวินาทีสุดท้ายเลยจริง ๆ

ซึ่งก่อนหน้านี้ Final Fantasy VII Rebirth เกมที่มีแผนจะวางขายในปีหน้า (2024) ก็ยังมีแผนว่าจะขายรูปแบบแผ่นคู่ พร้อม ๆ กับเกม Final Fantasy II ที่ก็จะพัฒนาเกมไปในทิศทางนั้นเช่นกัน

ข้อมูลอ้างอิง FF16 game data will be available for download on June 6. There is talk of pre-release updates and initially a two-disc set | Famitsu .com for the latest information on game entertainment

double-disk-final-fantasy-16-playstation.png

double-disk-final-fantasy-16-playstationcover.jpg

ย้ายบ้านมหาประลัย เปิดตัวแล้วกับเกม Moving Out 2 ที่สร้างความร้าวฉานได้เท่า Overcooked ที่วันนี้เพื่อน ๆ สามารถรอซื้อเกมได้แล้ววันที่ 15 สิงหาคมนี้ ทั้งบน PC, Nintendo Switch, Xbox One, Xbox Series X|S, PlayStation 4, และ PlayStation 5

· One min read

ย้ายบ้านมหาประลัย เปิดตัวแล้วกับเกม Moving Out 2 ที่สร้างความร้าวฉานได้เท่า Overcooked ที่วันนี้เพื่อน ๆ สามารถรอซื้อเกมได้แล้ววันที่ 15 สิงหาคมนี้ ทั้งบน PC, Nintendo Switch, Xbox One, Xbox Series X|S, PlayStation 4, และ PlayStation 5

.

โดยครั้งนี้มาอย่างแน่นอนกับระบบ Online Multiplayer, Local, Co-Op, Assist Mode, ตัวละครน่ารักเซ็ทใหม่, และด่านใหม่อีกมากมาย

.

หากใครต้องการเข้าไปพรีออเดอร์ (บางร้านยังไม่เปิดนะ) ก็สามารถเข้าไปดูได้ในลิงก์ด้านล่างเลย

https://byteside.one/.../release-date-teaser-movingout2/

Untitled.png

PlayStation เพิ่มเกมเข้า Game Catalog แคตาล็อกเกมสำหรับเกมเมอร์สายเช่า เล่นพร้อมกันวันอังคารที่ 20 มิถุนายน เฉพาะลูกค้า PlayStation Plus Extra ขึ้นไปเท่านั้น! และนอกจากนี้ก็ได้มีการประกาศบริการสตรีมมิ่งเสริมทัพเพื่อแย่งลูกค้า Premium อีกด้วย

· One min read

PlayStation เพิ่มเกมเข้า Game Catalog แคตาล็อกเกมสำหรับเกมเมอร์สายเช่า เล่นพร้อมกันวันอังคารที่ 20 มิถุนายน เฉพาะลูกค้า PlayStation Plus Extra ขึ้นไปเท่านั้น! และนอกจากนี้ก็ได้มีการประกาศบริการสตรีมมิ่งเสริมทัพเพื่อแย่งลูกค้า Premium อีกด้วย

.

โดยครั้งนี้มาแบบเงียบ ๆ กับการฉลองครบรอบหนึ่งปีของบริการ PlayStation Plus รูปแบบใหม่ของทาง PlayStation ที่วันนี้ได้มีการประกาศหเพิ่มเกมเข้าสู่ Game Catalog ให้สมาชิกเล่นกันได้ฟรี ๆ จำนวนทั้งสิ้น 25 เกม

.

สนับสนุนเพจ ByteSide.one ได้ง่าย ๆ เพียงเข้าไปกดรับโค้ดใน Shopee และ Lazada พร้อมรับคูปองเอาไปซื้อของอีกด้วย

.

ซึ่งสำหรับเดือนนี้มีมากมายอย่างเช่น

● Far Cry 6 (PS4/PS5)

● Teenage Mutant Ninja Turtles: Shredder’s Revenge (PS4/PS5)

● Rogue Legacy 2 (PS4/PS5)

● Inscryption (PS4/PS5)

● Soulstice (PS5)

● Tacoma (PS4)

● Deus Ex: Mankind Divided (PS4)

● Killing Floor 2 (PS4)

.

และอื่น ๆ อีกหลายเกม ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ https://byteside.one/.../jun23-game-catalog-playstation/

Untitled

· One min read

ย้ายบ้านมหาประลัย เปิดตัวแล้วกับเกม Moving Out 2 ที่สร้างความร้าวฉานได้เท่า Overcooked ที่วันนี้เพื่อน ๆ สามารถรอซื้อเกมได้แล้ววันที่ 15 สิงหาคมนี้ ทั้งบน PC, Nintendo Switch, Xbox One, Xbox Series X|S, PlayStation 4, และ PlayStation 5

.

โดยครั้งนี้มาอย่างแน่นอนกับระบบ Online Multiplayer, Local, Co-Op, Assist Mode, ตัวละครน่ารักเซ็ทใหม่, และด่านใหม่อีกมากมาย

.

หากใครต้องการเข้าไปพรีออเดอร์ (บางร้านยังไม่เปิดนะ) ก็สามารถเข้าไปดูได้ในลิงก์ด้านล่างเลย

https://byteside.one/.../release-date-teaser-movingout2/

Untitled.png

Untitled

· One min read

อยากเรียนภาษาใหม่อย่างอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส เยอรมัน แต่ก็ไม่มีเวลาเรียนเหรอ แต่วันนี้ขอแค่มี 5 นาทีต่อวันก็เพียงพอต่อการเรียนรู้ศัพท์ ประโยค วิธีการอ่านและฝึกฝนให้แม่นยำได้แล้ว ในสตอรีนี้เราจะพูดถึงเรื่องของวิธีการเรียนที่แปลกแหวกแนวและเหมาะสำหรับการเรียนบนโทรศัพท์ และมาตอบคำถามที่ว่า 5 นาทีนั้นพอแล้วหรือไม่

แอพฯ Drops คืออะไร

แอพ Drops เป็นแอพเรียนภาษาที่มีวิธีลักษณะว่าให้จำคำศัพท์ผ่านการทดสอบกับเกม โดยการทดสอบจะแสดงถึงความสามารถของเราที่จำคำศัพท์ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งหลักการก็คือเราจำและเราจะต้องสามารถทวนกลับไปว่าคำนั้นหมายความว่าอะไร สะกดอย่างไร อ่านอย่างไร

แต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมดซะด้วยสิ เพื่อนๆ ยังต้องแสดงถึงความจำอันดีเลิศในคำนั้นด้วยการมีอยู่ของตัวหลอกตัวล่ออันมากมาย ซึ่งวิธีแบบนี้ทำให้ผมคิดถึงแอพประเภท Flash Card หรือท่องศัพท์ แต่เพิ่มความท้าทายในการจำเข้าไปเพื่อไม่ให้เบื่ออีกด้วย และสามารถเสร็จได้ภายใน 5 นาที

1_HIJmGrs5EGrZJXXHpOlULw.webp

ภาษาที่สอนมีอะไรบ้าง?

นอกจากภาษาอังกฤษ (บริททิชอิงลิช และ อเมริกันอิงลิช) แล้วก็ยังมีภาษาจีน (ทั้งจีนกลาง และ จีนแต้จิ๋ว) เกาหลี ญี่ปุ่น เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาเลียน โปรตุเกส รวมไปถึงภาษาที่ผมเองก็ไม่รู้จักอย่างภาษาฮาวาเอียน (Hawaiian) ภาษาญี่ปุ่นเดิม (Ainu) ภาษาซาโมน (Samoan) หรือแม้กระทั่งภาษาโลก (Esperanto) ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเข้าไปดูรายชื่อภาษาที่มีได้ที่ https://languagedrops.com/languages ได้เลยครับ

1cf0d1e61a28037cdc2ea4ce0f72a42e.png

เริ่มต้นเรียนภาษา

พูดมาซะขนาดนี้ เรามาเริ่มใช้แอพกันเลยดีกว่า เมื่อเราได้เข้ามาในแอพแล้ว ตัวแอพก็จะถามว่าเราอยากที่จะเรียนภาษาอะไร โดยเขาก็จะมีตัวเลือกให้เราเลือกครับ ว่าเราอยากที่จะเรียนภาษาเป็นภาษาอะไร

เมื่อได้ทำการเลือกภาษาที่อยากจะเรียนแล้ว ตัวแอพก็จะเริ่มทำการเลือกคำมาสอนครับ โดยมีทั้งรูปภาพ คำศัพท์ต่างประเทศและก็คำแปลครับ ซึ่งผมแนะนำว่าระหว่างเรียน ให้เพื่อนๆ ทำการฝึกพูดตามไปด้วยนะ ซึ่งนอกจากที่จะช่วยให้เราจำได้ขึ้นใจแล้ว อีกประโยชน์หนึ่งก็คือการฝึกออกเสียงที่ถูกต้องอีกด้วย

IMG_1670.webp

โดยเมื่อเราได้เรียนคำใหม่ ก็จะเจอบททดสอบที่แตกต่างกันไป เพื่อทดสอบว่าเราจำได้หรือยัง ซึ่งผมว่ามันเป็นวิธีในการจำที่ว่า เราผิดพลาดครั้งแรก ครั้งต่อไปก็จะไม่ผิดอีก หรือ “การเรียนรู้จากความผิดพลาด” เช่นถ้าเราสามารถจำได้แล้วเพราะถามทีไรเราก็ตอบถูก แอพก็จะไม่ต้องเอาศัพท์มาให้เราเห็นบ่อยมาก แต่ถ้าเอามาทีไรแล้วผิดทุกที คราวนี้แหละครับมันก็จะมาถี่แบบสุดๆ เหมือนว่าเมื่อไหร่เธอจะจำกันเลยทีเดียว (แอพไม่ได้โหดขนาดนั้นนะ ไม่ต้องกลัวไป 😀 )

ในตัวแบบทดสอบนั้น ก็จะมีหน้าตาประมาณนี้ครับ ซึ่งมีทั้งการ

  • เรียงคำ
  • เรียงตัวอักษร
  • จับคู่คู่คำจากคำศัพท์
  • จับคู่คำจากการออกเสียง
  • จับคู่ได้ถูกต้องหรือไม่

โดยโหมดเกมนั้นจะถูกเลือกจากระดับความยาก ที่เพื่อทดสอบเราว่า เราจำคำนั้น เราสะกดคำนั้น เราฟังเสียงแล้วจำได้หรือไม่ไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าจะโผล่มาตอนไหนอีกด้วย จนกว่าจะถึงจุดที่เรา “จำได้อย่างแน่นอน” เลยทีเดียวครับ ซึ่งจริงๆ แล้วเราจะได้เห็นคำนั้นจำนวน 17 ครั้งก่อนที่มันจะเลิกถาม

246dc43cbc9a41d0778a2fdfd521aa5a.webp

เรียนอย่างไรไม่ให้ลืม

เป้าหมายของการเรียนนั่นก็คือ เรียนแล้วก็จำ จำแล้วก็ต้องไม่ลืม ซึ่งหากว่าเพื่อนๆ ไม่อยากที่จะลืมก็ต้องเห็นมันบ่อยๆ จนกว่าจะมั่นใจได้ว่าเราจะไม่ลืมมันจริงๆ ซึ่งวิธีการในการช่วยจดจำของแอพก็มีดังนี้ครับ

กำหนดเวลาเรียนทุกวัน

การเรียนทุกวัน นอกจากจะทำให้เราฟื้นความจำแล้ว ก็จะทำให้เรานั้นพร้อมเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ได้เลยอีกด้วย โดยแอพจะทำการถามว่าเราต้องการเรียนศัพท์ 5 นาทีตอนไหนของวันดีและทำการแจ้งเตือนว่าให้เข้ามาเรียนในเวลานั้นครับ แนะนำว่าเมื่อทำการตั้งเวลาแล้วก็ให้ทำเป็นนิสัยทุกวันด้วยนะ เพราะหากว่าไม่ได้ใช้คำศัพท์นั้นทุกวัน เราก็อาจจะมีสิทธิลืมได้มากเช่นกัน

IMG_1672.webp

เก็บคอมโบ

นอกจากนั้น การเข้ามาเรียนทุกวันก็จะทำให้เรานั้นเก็บคอมโบในการเรียนเอาไว้อวดอีกด้วย

IMG_1698.webp

แล้วอย่างนี้ถ้าลืมเข้ามาเรียนหล่ะ

จริงๆ แอพนั้นมีการแนะนำว่า หากว่าวันนี้ลืมเข้ามาเรียน พรุ่งนี้ก็ต้องเข้ามาฝึกฝนความจำ ไม่งั้นจะลืมจริงๆ แน่ครับ

ขอจบไปก่อน…เท่านี้

สำหรับสตอรีนี้ หากว่าผมเล่นไปซักพักแล้วก็จะมีฟีเจอร์อย่างการฝึกฝนคำศัพท์ที่แม้ว่าจะ “จำได้แล้ว” ก็จะฝึกอย่าง Dojo หรือฟังก์ชันการเรียนภาษาในด้านของประโยคคำพูด ผมก็จะเข้ามาอับเดทสตอรีนี้อย่างต่อเนื่องครับ

เพราะไลน์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อคุยงาน

· One min read

คุยงานก็ใช้ไลน์ คุยเล่นก็ใช้ไลน์ คุยอะไรๆ ก็ใช้ไลน์ แต่มันก็ช้าและมันก็ไม่ได้เหมาะสมกับการเอาไปใช้ทำงานซะด้วยสิ วันนี้ผมจะมาแนะนำแอพลิเคชันที่ทำงานได้ และได้ดีถึง 4 แอพลิเคชันด้วยกันครับ เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์จริงที่ผมได้ใช้ไลน์ในการคุยแชทไปซะทุกเรื่องแต่ทำไมปัจจุบันผมได้เลิกใช้ไลน์แบบเด็ดขาดไปแล้ว เพราะมันไม่ได้ตอบโจทย์สำหรับการนำไปใช้คุยงานอีกต่อไป

ยุคเฟื่องฟูของไลน์

ถ้าพูดถึงยุคผลิบานของไลน์แล้วเราอาจจะเห็นการใช้ไลน์กันตั้งแต่ยุคล่มสลายของ MSN และ Blackberry ที่ก็โดนแทนที่โดยไอโฟน ซึ่งคนรุ่นผมจะเข้าใจดีมาก เพราะเป็นช่วงเวลาที่ว่า ใช้กันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วอยู่ดีๆ ปิดให้บริการเฉยเลย แล้วประเด็นคือ ไมโครซอฟท์เค้าก็อยากให้ลูกค้าย้ายไปใช้ Skype กันให้หมด แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นหน่ะสิครับ ด้วยเหตุผลอะไรมันก็ใช่ประเด็นสำหรับเรื่องนี้ครับ

มันพังตั้งแต่แอพลิเคชันแล้ว

เป้าหมายหลักของการคุยงานนั่นคือการคุยได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือคุยกันแล้วก็ต้องรู้เรื่องนั่นเอง และก็สามารถคุยกันได้อย่างสะดวกอีกด้วย เราจึงมาสร้างลิสต์ว่าทำไมมันจึงไม่สะดวกกันแน่ครับ

  • เพราะการใช้ห้องคุยเดียวกัน ทำให้ไม่สามารถแยกเรื่องแบบเป็นหัวข้อได้
  • บางครั้งการคุยก็อาจจะต้องมีการขั้นเรื่อง เพราะอาจจะมีเรื่องที่ด่วนกว่าที่ต้องมาทำความเข้าใจกัน การใช้ห้องคุยเดียวก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ได้ดีเพราะคุยไม่เป็นเรื่องเดียว
  • เราเองก็ไม่มีอุปกรณ์ที่คุยกันเครื่องเดียวอ่ะเนอะ เช่นคอมฯ ที่ทำงาน คอมฯที่บ้าน โทรศัพท์ แท็บเล็ต เป็นต้น แต่ไลน์มันก็ให้เรา login ได้เพียงเครื่องเดียว
  • บางทีมีปัญหาแชทหาย เพราะอาจจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ หรือ ย้ายเครื่องมา
  • หากต้องการแก้ไขปัญหาคุยแยกเรื่องกันแต่ละห้องแชท ก็จะมีห้องแชทมากมาย แล้วเราจะสามารถแยกได้หรือไม่ว่าห้องนี้เป็นของเรา หรือทำงาน หรือเร่งด่วนมากขนาดไหน

เปิดโลกการคุยแบบมีประสิทธิภาพ

วันนี้ผมนำแอพลิเคชันมาแนะนำ เพื่อให้คนในทีมสามารถคุยงานกันรู้เรื่องมากขึ้น และการนำอุปกรณ์ที่เราใช้กันอยู่แล้วเข้ามาร่วมทีม เพื่อให้ทำงานง่ายเข้าไปอีก การมาใช้อุปกรณ์อย่างพวกบริการที่ผมกำลังที่จะเล่าให้เพื่อนๆ ฟังนั้นมีประโยชน์ในทั้งเรื่องของการประหยัดเวลาในการทำงานที่หนึ่ง: ลดการคุยซ้ำซ้อน สามารถค้นหาเรื่องที่คุยได้ง่าย สอง: เพิ่มประสิทธิภาพในการคุย เพราะสามารถโฟกัสเข้าไปที่เป้าหมายของปัญหาได้เลยและสร้างวิธีการแก้ไข/การทำงานใหม่ตรงนั้นได้ทันที และสาม: ผู้บริหารหรือหัวหน้าทีมสามารถจัดการขั้นตอนการทำงานได้ง่ายมากขึ้น เพราะพนักงานฝ่ายบริหารนั้นสามารถเห็นภาพรวมการทำงานได้อย่างชัดเจน เป็นผลให้ทั้งสามฝ่าย นั่นก็คือผลงาน พนักงาน พนักงานฝ่ายบริหาร เห็นแต่ละกันได้อย่างได้สะดวก สร้าง productivity แบบทวีคูณกันเลยทีเดียว

Microsoft Teams

0_3RgTzyncJ_fZZ3R5.webp

หน้าตาของ Microsoft Teams — ภาพจาก docs.microsoft.com

แอพลิเคชันแรกที่จะมาแนะนำนั่นก็คือ Microsoft Teams นี่เอง ตัวมันเองเป็นโปรแกรมที่สร้างมาเพื่อคุยงานกันเป็นกลุ่ม และ กลุ่มนั้นมีหลายประเภท และ ประเภทนั้นก็มีหลายหัวข้อ เพื่อนๆ อาจจะไม่เข้าใจ ให้เราคิดเหมือนว่าพอเรามีเพื่อน เราก็จะคุยแบบจริงจังบ้าง ไม่จริงจังบ้าง และคำว่าจริงจังก็มีเรื่องคุยยิบย่อยเต็มไปหมดเลย การออกแบบของบริการนี้ก็เลยกลายเป็นเหมือน Facebook นั่นแหละครับ แต่ให้โพสเป็นหัวข้อเรื่อง และก็มีคนเข้าไปเสนอแนะโดยการตอบกลับนั่นเอง รวมถึงการโพสนี้ก็ไปโพสในเหมือนกลุ่มเฟสบุ้ค ทำให้เราแยกออกได้เลยว่าเรื่องที่กำลังคุยอยู่นั้นเขาต้องการคุยอะไรอยู่ วันนี้ผมก็จะมานำเสนอกันครับว่าทำไม Microsoft Teams นี้เหมาะกับการนำไปใช้ในบริษัทฯ หรือทีมของเพื่อนๆ

0_JoAXOp3fP2c0zNH_.webp

การแบ่งทีมออกเป็นกลุ่ม — ภาพจาก docs.microsoft.com

ขั้นตอนก็จะเป็นไปตามภาพด้านบนแหละครับ ว่าทีมของเราก็จะมี channel หรือเรื่องคุยหลักหลายอัน เช่น การทำ front-end, การทำ back-end, การทำ QA เป็นต้น และในนั้นก็จะมีการสื่อสาร มีไฟล์ มีโน้ต มีแท็บที่แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มกันไปครับ ซึ่งของพวกนี้คนที่อยู่ในทีมสามารถเข้ามาแก้ไขเพื่อให้เหมาะสมต่อแต่ละทีมได้ครับ

0_1g2v2aaOG3RIqojs.webp

  • *ข้อดีข้อเด่น

**ข้อดีข้อเด่นของเค้านั่นก็คือ Ecosystem ของไมโครซอฟท์นั่นเองครับ จะแชร์อะไร จะจัดเก็บอะไรก็ไปที่ OneDrive/SharePoint ให้เอง หรือจะสร้างเอกสารเช่น Word ก็สามารถสร้างจากในหน้า Teams ได้เลย สำหรับผู้ใช้งานที่ใช้ Office365 อยู่แล้วก็น่าจะกรี๊ดกร๊าดเลยแหละครับ มันดีมาก

อีกข้อดีเด่นหนึ่งนั่นก็คือ Microsoft Teams เค้าทำการสร้าง ‘connector’ หรือการเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ ไว้ให้เพื่อนๆ ได้เอาไปใช้งานกัน ตัวอย่างเช่น GitHub Issue ที่ถูกสร้างขึ้นมาก็จะแจ้งต่อห้องแชทที่เราเลือกอีกด้วย ทำให้เพื่อนๆ ทำงานได้เร็วมากกว่าเดิม

1_YLVHZy7_8LTMxQFHdY8oYw@2x.webp

สรุปกันให้ฟังง่ายๆ โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปของคนทุกคนในบริษัทเลยครับ เพราะสามารถใช้งานได้ง่ายและมีการทำงานที่ตรงไปตรงมา รวมถึงเพื่อนๆ สามารถใช้ไอเดียการใช้งานแบบเฟสบุ๊คและไลน์มาใช้กับ Microsoft Teams ได้เลย ส่วนเพื่อนๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปดูได้ที่ https://products.office.com/en-US/microsoft-teams/group-chat-software ได้เลยครับ

Slack

Slack เป็นบริการที่มาก่อนใครเพื่อน ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสำหรับทีมใหญ่ ทีมเล็กทั้งหมดเลย ก็ไปอยู่ในช่องเดียวกัน แล้วก็ค่อยไปสร้างห้องที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อแยกกันออกไป สำหรับแอพนี้ ผมแนะนำให้เพื่อนๆ เอาไปลองใช้กันดูครับ เพราะว่ามันมีฟังก์ชันต่างๆ ที่น่าสนใจอีกหลายประการเลย แต่ตัวหลักๆ นั่นคือการแยกออกมาเป็นหัวข้ออย่างชัดเจน การกดตอบกลับได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เพื่อนๆ ไม่จำห้องสลับกับคนอื่นนั่นเอง

หน้าอินเตอร์เฟส Slack — ภาพจาก slack.com

การใช้งานนั้นก็เหมือน Microsoft Teams ผสมกับการใช้ chat ผสมกับการติดต่อด้วยเมล์เลยครับ คือบริษัทที่ต้องการใช้หน้าแชทหนึ่งในการดูสถานะการทำงานนั้นก็สามารถทำได้โดยการใช้ส่วนต่อขยายที่มีให้เลือกอีกมากมายอีกด้วย รวมถึงว่าเป็นแอพลิเคชันที่เอาไว้แชทงานเลยจริงๆ คือหน้าตา ฟีลหลายๆ อย่างนั้นเหมือนโปรแกรมแชททั่วไปตามท้องตลาดเกือบทั้งหมดเลยทีเดียว

สำหรับผู้ที่สนใจก็สามารถเข้าไปเรียนรู้การใช้และทดลองใช้ Slack ได้ฟรีตลอดไปครับ https://slack.com และดูราคาการใช้งานได้ที่ https://slack.com/pricing ครับ

แอพอื่น

0_HRMN2yzA_wkD_ZDT.webp

นอกเหนือการใช้ Microsoft Teams หรือ Slack สำหรับผู้ใช้งาน GSuite หรือบริการทำงานของบริษัทกูเกิลก็ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เพราะว่าเค้าก็มีของเค้าเหมือนกัน นั่นก็คือ Google Hangouts Chat นั่นเอง ฟังก์ชันการทำงานก็คือเวลาเราคุยอะไรไป ก็จะกลายเป็นโพสท์ครับ แล้วเราก็ต้องเข้าไปเพื่อไปตอบหรือคุยต่อแบบนี้เป็นต้น ให้คิดเหมือนว่าเป็นเหมือนเราโพสเฟสบุ้คนั่นแหละครับ และก็ให้คนมากดแสดงความเห็น อาจจะไม่เหมาะกับทุกองค์กรซะเท่าไหร่ แต่มันก็ถือว่ารวมเข้าไปยังแพคเกจของ GSuite เรียบร้อยแล้วครับ

รวมถึงบริการใหม่ของ Jetbrains ที่ออกใหม่ล่าสุด แต่เดี๋ยวไว้บล็อคหน้าจะมาเล่นให้ดูกันครับ ว่าการรวม workspace เข้าด้วยกันเป็นอย่างไร

แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรไปใช้ในบริษัท ผมแนะนำว่าเอาอะไรไปลองใช้ดูก่อนก็ได้ครับ ถ้าบริษัทมี Microsoft อยู่แล้วก็ใช้ของ Microsoft Teams ไป หรือถ้ามี GSuite อยู่แล้วก็ลองไปใช้ Google Hangouts Chat ดูครับ ส่วนถ้าไม่มีเลยก็ลองใช้ Slack ดูครับ เพราะแต่ละอันแล้วมีหน้าที่หลักเดียวนั่นคือการคุยที่จะทำให้การทำงานนั้นมีประสิทธิภาพนั่นเอง

สร้างโลกสองใบ โลกนึงคุยเล่น อีกโลกคุยงาน

เพื่อที่จะมาเติมเต็มกับคำว่า “งานคืองาน เล่นคือเล่น” เราก็ต้องแยกออกมาให้ชัดเจน บางครั้งทางบริษัทยังไม่เข้าใจ แต่เพื่อนๆ หรือเราเองก็อาจจะเข้าใจก็ได้ วันนี้เราจะมาแนะนำอีกโลก (แอพลิเคชัน) นึงที่ผมเชื่อและแนะนำว่ามันดีมากๆ รวมถึงการใช้จริง เพราะมันใช้ได้และใช้ได้ดีด้วย ขนาดไวไฟผมแทบจะไม่มี ก็สามารถส่งข้อความได้ (อินเตอร์เน็ตประเภท Public WiFi อ่ะครับ)

นอกจากว่าแอพลิเคชันนี้จะไม่ถูกนำไปใช้ในบริษัท เพราะอาจจะมีปัญหาในด้านของความปลอดภัยของข้อมูลบริษัทแล้ว แต่ก็สามารถเอาไว้คุยเล่นกันได้ในกลุ่มเพื่อน หรือทีมก็ได้เช่นเดียวกันครับ มันก็ดีไปอีกอย่างหนึ่งเนอะ

“ผมสร้างขึ้นมาสองใบ…ผมหลงทางกับมัน จนวันหนึ่งผมไม่รู้ว่าผมอยู่ตรงไหนแล้ว”

Telegram

1_hQil8Fg4mG5e6UeD9PUjyg.webp

ภาพจาก telegram.org

แอพลิเคชันแชทจากประเทศรัสเซียที่สร้างขึ้นเพื่อความเร็ว ความเป็นส่วนตัว และการใช้งานที่ทรงพลังนั่นเอง รวมถึงใช้งานง่ายอีกด้วย

ส่วนตัวผมแล้ว ผมใช้ Telegram มาเป็นปีแล้วครับ และตอนนี้ก็ยังใช้อยู่นะ เพราะรู้สึกว่ามันเร็วมาก และไม่เคยเจอปัญหาเรื่องของเซิฟเวอร์ล่มหรือการทำงานผิดพลาดที่ทำให้ผมเข้าไปอ่านแชทไม่ได้ เช่นเดียวกัน แอพนี้มีคุณสมบัติที่น่าสนใจหลายรายการอีกด้วย และนี่ก็คือตัวอย่างครับ

Login

สำหรับการเข้าไปใช้งาน Telegram เราไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ได้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น เราจะใช้กี่เครื่องก็ได้ครับ แล้วการโหลดแชทก็เป็นไปได้เร็วด้วย พวกเพื่อนๆ ที่ใช้โทรศัพท์รุ่นเก่าๆ หรือดาวน์โหลดแชทได้ช้าก็จะไม่มีปัญหานี้อีกต่อไป

Sticker

เราก็จะคงคิดถึงสติกเกอร์ในไลน์อ่ะเนอะ แต่ใน Telegram ก็มีเช่นเดียวกันครับ แล้วก็ฟรีด้วย ทุกอันเลย รวมถึงว่าถ้าเราต้องการสร้างสติกเกอร์เอาไว้ใช้เล่นเอง อย่างการนำรูปหน้าเพื่อนไปทำสติกเกอร์ก็ทำได้ครับ แล้วก็ทำได้อย่างง่ายด้วย

แชทแบบไม่ตั้งรบกวน

อีกฟีเจอร์นึงของ Telegram นั่นก็คือหากว่าเพื่อนยังไม่ออนไลน์ (ไม่เปิดแอพ) ก็จะไม่เห็นแชทจนกว่าจะออนไลน์ได้ด้วยครับ สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่ต้องการที่จะรบกวนใคร

แชทไม่หายแน่นอน 100%

แล้วคำว่าไม่หายหมายความว่าอะไร ก็หมายความว่ามันไม่หายนั่นแหละครับ เหมือนพวกเฟสบุ้คเมสเซนเจอร์นั่นแหละครับ แต่ว่า Telegram จะทำการลบแชทชั่วคราวที่เก่าแล้วออก เพื่อให้ไม่กินพื้นที่จัดเก็บในโทรศัพท์มือถืออีกด้วย และเมื่อว่าเราต้องการเข้าไปดูก็สามารถกลับเข้าไปดูได้เหมือนเดิม

และอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่ได้เล่าให้เพื่อนๆ ฟัง แต่เพื่อนๆ สามารถไปหาโหลดและลองใช้งานกันได้ ขั้นตอนไม่ยากเลย เพียงมีเบอร์โทรศัพท์ก็สามารถสมัครใช้งานได้แล้วครับ

ลิงค์ดาวน์โหลด Apps Store

https://apps.apple.com/th/app/telegram-messenger/id686449807

ลิงค์ดาวน์โหลด Google Play Store

https://play.google.com/store/apps/details?id=org.telegram.messenger

ขอย้ำไว้ก่อนนะครับ ว่าเค้าไม่ได้จ่ายให้ผมเขียนรีวิวทั้งสี่บริการนี้นะครับ ผมจึงไม่พาดพิงถึงบริษัทฯ หรือบริการใดๆ ทั้งสิ้น เป็นการแสดงความคิดเห็นหลังจากการใช้งานบริการแต่ละอันเท่านั้น

Untitled

· One min read

PlayStation เพิ่มเกมเข้า Game Catalog แคตาล็อกเกมสำหรับเกมเมอร์สายเช่า เล่นพร้อมกันวันอังคารที่ 20 มิถุนายน เฉพาะลูกค้า PlayStation Plus Extra ขึ้นไปเท่านั้น! และนอกจากนี้ก็ได้มีการประกาศบริการสตรีมมิ่งเสริมทัพเพื่อแย่งลูกค้า Premium อีกด้วย

.

โดยครั้งนี้มาแบบเงียบ ๆ กับการฉลองครบรอบหนึ่งปีของบริการ PlayStation Plus รูปแบบใหม่ของทาง PlayStation ที่วันนี้ได้มีการประกาศหเพิ่มเกมเข้าสู่ Game Catalog ให้สมาชิกเล่นกันได้ฟรี ๆ จำนวนทั้งสิ้น 25 เกม

.

สนับสนุนเพจ ByteSide.one ได้ง่าย ๆ เพียงเข้าไปกดรับโค้ดใน Shopee และ Lazada พร้อมรับคูปองเอาไปซื้อของอีกด้วย

.

ซึ่งสำหรับเดือนนี้มีมากมายอย่างเช่น

● Far Cry 6 (PS4/PS5)

● Teenage Mutant Ninja Turtles: Shredder’s Revenge (PS4/PS5)

● Rogue Legacy 2 (PS4/PS5)

● Inscryption (PS4/PS5)

● Soulstice (PS5)

● Tacoma (PS4)

● Deus Ex: Mankind Divided (PS4)

● Killing Floor 2 (PS4)

.

และอื่น ๆ อีกหลายเกม ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ https://byteside.one/.../jun23-game-catalog-playstation/

อีกไม่กี่ปีเราจะไม่เห็นค่ายเกมไหนขายแผ่นแล้ว! หลังจากมีการคาดการณ์จากวงในของวงการเกมบอกเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกพร้อมแล้ว!

· One min read

อีกไม่กี่ปีเราจะไม่เห็นค่ายเกมไหนขายแผ่นแล้ว! หลังจากมีการคาดการณ์จากวงในของวงการเกมบอกเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกพร้อมแล้ว!

.

หลังจากเรื่องราวแผนธุรกิจบริการเช่าเกมอย่าง Xbox Game Pass และ PlayStation Plus เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น และความไม่แน่นอนในหลายเรื่อง อาจทำให้ความเร็วในการเปลี่ยนผ่านอาจเร็วกว่าปี 2028 ด้วยซ้ำไป

.

สนับสนุนเพจ ByteSide.one ได้ง่าย ๆ เพียงเข้าไปกดรับโค้ดใน Shopee และ Lazada พร้อมรับคูปองเอาไปซื้อของอีกด้วย

  • Shopee

https://bit.ly/3biuJaj

  • Lazada

https://bit.ly/3zI8V1l

.

ในวันนี้ค่ายเกมดังที่เป็นผู้สร้างเกม Alan Wake 2 ออกมาประกาศตั้งแต่ Day One ว่าเกมของพวกเขาจะไม่ขายเกม Alan Wake 2 ในรูปแบบแผ่นเกม จะเป็นการขายบนรูปแบบสโตร์ดิจิทัล 100%

.

เกม Alan Wake 2 นั้นเราสามารถเรียกมันได้ว่าเป็นเกมขนาด AAA ที่เรียกได้ว่าทำให้แฟนคลับงงกันไปเป็นแถบว่าทำไมถึงไม่ขายเป็นแบบแผ่นแล้ว ซึ่งทางผู้บริหารเองก็ได้ออกมาบอกตั้งแต่แรกแล้วเช่นกันแล้วว่า "ไม่สามารถคุมต้นทุนเกมให้ขายในรูปแบบแผ่นได้แล้ว เราจำเป็นต้องขายในรูปแบบดิจิทัลเท่านั้นเพื่อประคองราคาตลาดให้เป็น 69-79 USD (หรือ 2290 บาท) "

.

ซึ่งแม้ว่าจะดูแปลกออกไปในฐานะการเป็นเครื่องเล่นคอนโซลเช่น PlayStation หรือ Xbox แต่สำหรับสายเกมเมอร์ PC แล้ว นี่ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ เพราะตลาดเกม PC นั้นเป็นรูปแบบดิจิทัลแทบจะ 100% แล้ว ด้วยตลาดการแข่งขันที่สูงกับเจ้าตลาดอย่าง Steam และ Epic Games Store ที่ฟาดราคากันอย่างไม่ยั้ง

.

และนอกจากนี้การคาดการณ์นั้นครอบคลุมไปถึงเรื่องตลาด Cloud Streaming ที่วันนี้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดเกมดิจิทัลเข้าเครื่องคอนโซลของตัวเองอีกต่อไปอย่างเช่นในบริการ NVDIA NOW หรือที่เพิ่งเปิดตัวคือ PlayStation Plus Premium Cloud Streaming (PS Now เดิม) ทำให้ลูกค้าไม่มี pain-point ใด ๆ ที่ว่าต้องซื้อแผ่นเท่านั้น ซื้อดิจิทัลไม่ได้ ด้วยว่าแต่เดิมใน 10 ปีที่แล้ว ผู้เล่นอาจจะต้องดาวน์โหลดเกมขนาดใหญ่มากเกือบ 80GB เข้าคอนโซลตัวเอง ซึ่งใช้เวลาเป็นวันได้เลย หากท่านไม่มีอินเตอร์เน็ตที่แรงพอ

.

รวมไปถึงค่ายเกมอินดี้อย่าง Cuphead และ Rocket League ที่ได้รับความนิยมล้นหลาม แต่หารู้ไม่ว่าจุดเริ่มต้นของทั้งสองเกมนี้ก็คือเป็นเกมที่ขายในรูปแบบดิจิทัลทั้งสิ้น

.

เพื่อน ๆ คิดเห็นอย่างไรบ้างครับ เห็นอนาคตเกมดิจิทัลกันเป็นอย่างไรบ้างเอ่ย? คอมเม้นท์มาในหน้าเพจ ByteSide.one แล้วเดี๋ยวแอดฯ จะพยายามอ่านเหตุผลของเพื่อน ๆ เลยครับ

Untitled.png