Skip to main content
ByteSide.oneByteSide.one
ByteSide.one
รีวิวบทความ

แอพติด iPhone ต้องมีแห่งปี 2021

ByteSide.one
ทีมบรรณาธิการ ByteSide.one
แอพติด iPhone ต้องมีแห่งปี 2021

สำหรับใครที่เพิ่งซื้อ iPhone หรือมี iPhone กันอยู่น่าจะมีปัญหาการใช้งาน หรือไม่ก็ทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นในสตอรีนี้เราก็จะมาแนะนำแอพฯ เอาไว้ติด iPhone เพื่อเพิ่ม Productivity และสร้างความสะดวกสะบายในการใช้ชีวิตประจำวันกันครับ

แอพแนะนำ | ภาพประกอบ : Apple

แอพฯ ที่เรากำลังมองหา

ภายใน App Store นั้นมีแอพให้เลือกใช้อยู่มากมาย แต่เพื่อน ๆ จะรู้ได้อย่างไรว่าแต่ละแอพนั้นทำงานอย่างไรและจะเหมาะหรือไม่ที่จะย้ายไปใช้ ก็ต้องบอกไว้ก่อนนะครับว่าสตอรีนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลล้วน ๆ เพราะว่าผมเองนั้นได้มีประสบการใช้งานแอพที่ผมกำลังจะแนะนำมาอย่างตลอดและมันตอบโจทย์ทั้งหมดที่ผมมี ดังนี้ครับ

  1. พึ่งพาได้
  2. ทำงานร่วมกับแอพอื่นได้เป็นอย่างน้อย 2 บริการ
  3. สามารถให้คำตอบ / ทำงาน ได้อย่างรวดเร็ว
  4. ข้อมูลที่ได้หลากหลาย ไม่เอนเอียง เปิดโลกทัศน์
  5. ทำงานง่าย ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และทำงานยาก ๆ ได้ไม่ยากเท่าที่ควร

แม้ว่ามันจะดูเรื่องเยอะไปหน่อย แต่ก็ต้องเข้าใจนิดหนึ่งนะครับว่าผมไม่ได้มีเวลา และก็ไม่อยากใช้เวลาทั้งหมดของวัน หมดไปกับบน iPhone เพราะบางครั้งเราเองก็จำเป็นเพียงแค่ดูอย่างคร่าว ๆ เท่านั้น ไม่ได้ต้องลงรายละเอียดมากแต่สามารถเชื่อใจว่าแอพนั้นจะทำงานตามที่เราต้องการได้ถูกต้อง

ดังนั้นเราก็จะมาเริ่มต้นกันเลยครับ สำหรับ 10 แอพ iPhone ต้องมีแห่งปี 2021

คำจำกัดความรับผิดชอบ ทางเรา ByteSide ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ได้รับผลประโยชน์จากนักพัฒนา การรีวิวแอพฯ ทั้งหมดในสตอรีนี้เป็นประสบการณ์ด้านการใช้งานจริงของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว

TradingView

สำหรับนักเทรดสาย Technical / Day Trade แล้ว ชื่อนี้อาจจะเป็นเหมือนเครื่องมือหลักสำหรับคุณเลย แต่สำหรับผมแล้ว มันก็เป็นแอพที่น่าสนใจที่สุดสำหรับคนที่มีการนำเอาเงินไปลงทุน ทั้งสินทรัพย์ดิจิทัล, หุ้นทั่วโลก, หุ้นในประเทศ, ราคาทอง, ราคาน้ำมันดิบ, Forex และอื่น ๆ อีกมากมายให้เอาไปใช้กัน

อย่างที่น่าสนใจและทำให้ผมติดใจแอพนี้ เพราะว่าเพื่อน ๆ สามารถตั้ง Watchlist ในหน้าแรกให้แสดงแต่ข้อมูลที่เรากำลังตั้งความสนใจ และเพื่อน ๆ สามารถเข้าไปดูกราฟและข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างรวดเร็วภายในหน้า Watchlist อีกด้วย และยังรวมไปถึงฟีเจอร์ขั้นโปรฯ อย่างการสร้างกราฟเพื่อวิเคราห์ข้อมูลเชิงลึกผ่านใน iPhone หรือผ่าน Desktop ก็สามารถดูได้เช่นเดียวกัน

แม้ว่าภายในแอพยังไม่สามารถเทรดหรือเชื่อมต่อกับโบรกเกอร์ในประเทศไทยได้ แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้เหมือนกันครับว่าวันหนึ่งจะมีโบรกเกอร์ในประเทศฯ ที่ให้เราเทรดผ่านหน้าแอพได้เลย และฟีเจอร์อีกมากมายที่เรายังไม่ได้เขียนเอาไว้ในสตอรีนี้

TradingView เป็นบริการฟรี แต่หากว่าเพื่อน ๆ สมัครสมาชิก “Pro” ก็จะได้รับฟีเจอร์เพิ่มเติมอย่าง Watchlist จำนวนไม่จำกัด, ไม่มีโฆษณา, การเปิดชาร์ทหลายอันพร้อมกัน, ฟีเจอร์การแจ้งเตือนราคาขึ้นลง และเพิ่มโควต้าการสร้างตัวชี้วัด (Indicators) เพิ่ม โดยเพื่อน ๆ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดด้านฟีเจอร์ทั้งหมดพร้อมกับสมัครบัญชีผู้ใช้งานได้ผ่านลิงก์ https://www.tradingview.com/gopro/?share_your_love=sagelga เพื่อรับเครดิตมูลค่า $30 เมื่อสมัครบริการเป็นแบบ Pro เป็นครั้งแรก

Reddit

Social Media สำหรับโลกอินเตอร์เน็ตชื่อดังอย่าง Reddit นั้นก็เป็นหนึ่งในแอพที่ควรมีสำหรับผมเลย เพราะเราสามารถติดตาม Subreddit หรือหัวข้อของแต่ละคอนเท้นท์ที่มีผู้ใช้งานอยู่ทั่วโลก ข่าวภายใน Reddit นั้นก็ถือว่าใหม่มากและเพื่อน ๆ ไม่จำเป็นจะต้องไปนั่งหาคอนเท้นท์มาเอง เพราะคนบนโลกอินเตอร์เน็ตนั้นจะเป็นผู้เลือกคอนเท้นท์ออกมาแสดงให้เพื่อน ๆ เห็นผ่าน Subreddit r/news ทำให้ข้อมูลที่เพื่อน ๆ จะเห็นนั้นไม่เอนเอียงไปฝักไฝ่ฝ่ายใดเป็นพิเศษ และนั่นแหละครับคือความพิเศษที่เหนือกว่า Facebook ในเรื่องของเนื้อหา

ส่วนตัวผมเองก็ใช้ Reddit มาหลายแอพแล้ว แต่ก็ยังติดใจในเรื่องของฟีเจอร์การใช้งานอย่างในแท็บ News หรืออินเตอร์เฟสที่ดูน่าใช้งานกว่าแอพ Reddit บุคคลที่สามอย่างเช่น Apollo มากอยู่หล่ะครับ ส่วนฟีเจอร์จะมีอะไรบ้าง ก็อาจจะต้องมาเล่าให้ฟังกันเป็นสตอรีอื่นแล้วหล่ะครับ

ดังนั้นหากใครไม่ติดเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษ ผมก็แนะนำอย่างสูงครับว่าให้มาติดตามข่าวสารผ่านพวก Reddit และ Twitter แทน Facebook กันบ้างจะได้ไม่พลาดคอนเท้นท์ใหม่ ๆ ที่มีให้เลือกมากมาย พร้อมกับคอนเท้นท์ที่ผลิตโดยผู้ใช้งานจำนวนมากที่คอยสับเปลี่ยนมาให้เพื่อน ๆ เข้าไปอ่านไปชมกันอย่างจุใจ

แอพ Reddit สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี และใช้ได้ทุกระบบปฏิบัติการ ทั้ง iOS, iPadOS, macOS, Windows, Android และผ่านเว็บไซต์ https://www.reddit.com/

Spark

เคยเจอปัญหาว่าต้องใช้บัญชีอีเมล์หลาย ๆ อันแล้วต้องมา Sign In ให้ทั้งหมดทุกครั้งที่เพื่อน ๆ อยากจะเปลี่ยนเครื่องหรือเปล่าครับ ก่อนที่ผมจะรู้จัก Spark ผมมีปัญหานี้หนักมากเพราะว่าผมมีอีเมล์หลายอันจริงทั้งเอาไปสมัครแอคหลุม เอาไปเป็นบัญชีสำรอง ทำให้ผมต้องมานั่ง Log-in แต่ละอีเมล์ถ้าอยากจะดูว่ามีใครส่งอีเมล์มาหาผมบ้าง ส่วนเพื่อน ๆ ก็คงจะต้องการดูอีเมล์ทำงาน ร่วมกับอีเมล์ส่วนตัว แต่อยากให้มันอยู่ภายในแอพเดียวกัน และ Refresh ครั้งเดียวแล้วโผล่มาทั้งหมด

วันนี้ปัญหาของผมก็หมดไป เพราะว่าเรามีแอพอย่าง Spark ที่เพื่อน ๆ สามารถล็อคอินด้วยบัญชีเดียว (บัญชีผู้ใช้งาน Spark) แล้วก็จะสามารถอ่านอีเมล์ทั้งหมดที่เพื่อน ๆ ได้เพิ่มไป ซึ่งผมเองก็ได้เพิ่มไปทั้งหมด 7 บัญชีถ้วนครับ

ส่วนฟีเจอร์นั้นเทียบเท่ากับแอพอีเมล์ทั่วไปเลย เช่น Focused Mailbox (หรือในแอพจะเรียกว่า Smart Mailbox) ที่จะแจ้งเตือนให้เพื่อน ๆ อ่านอีเมล์ที่ไม่สำคัญเพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น (แทนที่จะเป็นทันที) ทำให้เพื่อน ๆ ก็จะหมดปัญหาเรื่องของอีเมล์ไปได้ระดับหนึ่ง และเพื่อน ๆ ก็ยังสามารถเพิ่มบริการอย่าง Dropbox, OneDrive, Google Drive และอิ่น ๆ เพื่อเก็บไฟล์แนบได้จากภายในแอพเลย

Spark ตอนนี้รองรับให้เพื่อน ๆ ลงชื่อเข้าใข้ได้ด้วยบัญชี Google (Gmail), Microsoft (Outlook/Hotmail/Office365), iCloud, Yahoo, Exchange และระบบการล็อคอินอีเมล์ประเภทอื่น

โดยแอพ Spark นั้นเป็นบริการฟรีและรองรับการสมัครสมาชิกเพื่อปลดล็อคฟีเจอร์การทำงานร่วมกัน อย่าง Shared Email Address เป็นต้น เพื่อน ๆ สามารถดาวน์โหลด Spark ได้ใน iPhone, iPad, MacOS และ Android ได้ที่จากเว็บไซต์ https://sparkmailapp.com/

Telegram

หลาย ๆ คนน่าจะเคยเจอปัญหาของแอพแชทสีเขียวชื่อดังอันหนึ่ง ที่ทั้งทำงานช้า เต็มไปด้วยโฆษณาและข้อความที่ปิดการแจ้งเตือนไม่ได้ รูปภาพที่เปิดนั้นลบไม่ได้แล้วต้องกินพื้นที่บนโทรศัพท์ สิ่งเหล่านี้จะหมดไปครับเพราะว่าเรามีแอพมาแนะนำ นั่นก็คือแอพ Telegram แอพแชทที่มีที่จัดเก็บคลาวด์อย่างเต็มอิ่มแชทไม่หายอย่างแน่นอน

Telegram ออกแบบมาเพื่อความเป็นส่วนตัวพร้อมกับฟีเจอร์ครบครันที่เพื่อน ๆ กำลังมองหาอยู่เมื่อต้องการใช้แอพแชทอย่างเช่นการโทรคุยด้วยเสียง การทำ Video Conference และสามารถอัดการสนทนาและแชร์หน้าจอได้อีกด้วย รวมไปถึงสติกเกอร์คุณภาพสูงที่สามารถหาใช้กันได้อย่างฟรี ๆ เลยทีเดียว ทำให้การย้ายมาใช้ Telegram น่าจะไม่ยากเลยหล่ะครับ

ที่กล่าวไปว่าแชทจะไม่หาย มันก็จะไม่หายจริง ๆ แหละครับ แม้ว่าจะย้ายเครื่องมาแล้วก็ยังคุยกับเพื่อนได้ต่ออย่างลื่นไหลเลย พร้อมกับการลบแชทในเครื่องชั่วคราว และทำให้ประหยัดพื้นที่จัดเก็บในเครื่องอุปกรณ์ โดยแชท ไฟล์ รูป วิดีโอทั้งหมดก็จะถูกเก็บเอาไว้ใน Data Center ของ Telegram เอาไว้ตลอดกาลเลยหล่ะ ผมเองที่เริ่มใช้แอพตั้งแต่ปี 2016 ในตอนนี้ก็ยังมีแชทในช่วงเวลานั้นอยู่เลยหล่ะครับ

Telegram เป็นแอพที่สามารถใช้ได้ฟรีและใช้ฟรีตลอดกาล ไม่มีเงื่อนไขหรือต้องแลกด้วยความเป็นส่วนตัวใด ๆ เหมือน Facebook Messenger และ Whatsapp เลย เพื่อน ๆ สามารถหาดาวน์โหลดแอพ Telegram ได้จากลิงก์นี้เลยครับ https://telegram.org/

Notion

ใครมีไอเดียอะไรก็สามารถมาแปะเอาไว้ได้กับแอพ Notion ที่เต็มไปด้วยฟีเจอร์การใช้งานที่ออกแบบมาเพื่อการจดโน้ตทั้งงานทั้งไอเดีย แม้ว่าหลาย ๆ แอพนั้นจะสามารถจดโน้ดได้เหมือนกัน (เช่น Evernote, Apple Notes) แต่ฟีเจอร์ที่แพ็กมากับ Notion นั้นไม่มีใครเทียบเท่าได้เลยครับ

1Password

รหัสผ่านนั้นสำคัญมากครับสำหรับชีวิตดิจิทัล ที่เต็มไปด้วยการโจรกรรมข้อมูลด้วยการสุ่มหรือขโมยรหัสผ่าน ดังนั้นวิธีการแก้ไขนั่นก็คือการตั้งรหัสผ่านสำหรับแต่ละบริการ แต่นั่นก็สร้างปัญหาว่าเรานั้นจะจำรหัสผ่านไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไรกันดีหล่ะ? วันนี้เราก็เลยเอาแอพจดรหัสผ่านพร้อมเติมรหัสผ่านอัตโนมัติอย่าง 1Password มาแนะนำให้เพื่อน ๆ กันครับ

วิธีการใช้งานนั้นง่ายนิดเดียว เพียงเพื่อน ๆ จดรหัสผ่านภายในแอพฯ เมื่อเราต้องการจะใช้รหัสผ่านในหน้าเข้าสู่ระบบก็ให้ทำการกดเลือก 1Password บนคีย์บอร์ดเพื่อให้แอพนั้นทำการเติมรหัสผ่านในช่องได้อย่างอัตโนมัติ เพื่อน ๆ จะได้ไม่ต้องมานั่งจำรหัสผ่าน และยังรวมไปถึงการเติมรหัส 2 Factor Authentication ที่ในแอพนี้ก็จะเติมให้อย่างอัตโนมัติอีกด้วย

1Password เมื่อเทียบกับแอพจดรหัสผ่านอื่นแล้ว (อย่างเช่น LastPass) นั้นก็มีการทำงานที่คล้าย ๆ กัน แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปนั่นก็คือ Secret Password ที่เป็นรหัสลับในการเข้าบัญชีครั้งแรกที่ยาว 34 ตัวอักษร และรหัสผ่านหลัก (Master Password) ที่เป็นรหัสผ่านที่ต้องใช้ในการปลดล็อกแอพ 1Password ทำให้แอพนั้นสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตและยังสามารถป้องกันการขโมยบัญชี 1Password เพราะผู้ที่จะเข้ามาโจมตีนั้นต้องรู้ว่าเราใช้อีเมล์ รหัสผ่านหลัก รหัสผ่านลับว่าเป็นอะไร

พร้อมกับการทำงานแบบคลาวด์ด้วยความปลอดภัยในระดับสูงสุด AES-256 bit, ฟีเจอร์เพื่อป้องกันเว็บไซต์ปลอม (Phishing Attack), การป้องกันการดูคีย์ (Keylogger) และการแจ้งเตือนหากเว็บไซต์ที่เรามีบัญชีอยู่มีประวัติการโดนแฮคหรือไม่อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการป้องกันในระดับดีไซน์ จึงมั่นใจได้ว่ารหัสผ่านที่เพื่อน ๆ เก็บนั้นจะเป็นของคุณและคุณเท่านั้น

อีกทั้งเพื่อน ๆ สามารถที่จะแชร์รหัสผ่านให้กับผู้อื่นได้อีกด้วย ทำให้คนที่นำเอารหัสผ่านของเราไปนั้นสามารถเอาไปใช้ได้กับบริการที่เรากำหนดเอาไว้ได้เช่นกัน ส่วนผมที่ไม่มีคนเอาไปใช้ฟีเจอร์นี้ด้วยก็อาจจะพูดอะไรไม่ได้มาก แต่หากใครลองใช้งานฟีเจอร์นี้แล้วก็มารีวิวกันหน่อยนะ

1Password เป็นบริการรายเดือนพร้อมกับตัวเลือกการซื้อรายปี โดยเริ่มต้นด้วย $2.99 ต่อเดือน (ด้วยเงื่อนไขรายปี) สำหรับการใช้งานคนเดียว และ $3.99 ต่อเดือน (ด้วยเงื่อนไขรายปี) สำหรับการใช้งานครอบครัว 5 คน และสามารถใช้บน iPhone, iPad, PC, Android, macOS ได้พร้อมกันไม่จำกัดเครื่องอีกด้วย ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาและฟีเจอร์ทั้งหมดก็สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ https://1password.com/

Highlighted

ผมเป็นหนึ่งคนที่อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ และมันมักจะเต็มไปด้วยข้อความหรือประโยคที่เราอยากที่จะเก็บเอาไว้ แอพ Highlighted นั้นจะทำให้เพื่อน ๆ สามารถเก็บพวกประโยคเหล่านั้นด้วยการสแกนตัวอักษร และแอพก็จะทำการเติมข้อมูลของหนังสือ (อย่างเช่นหน้าหนังสือ) ให้เพื่อน ๆ โดยอัตโนมัติอีกด้วย

วิธีการสแกนตัวอักษรจากหนังสือก็ไม่ยากเลย เพียงเข้าไปยังหน้ากล้องภายในแอพและกดถ่ายภาพ เราก็จะเห็นตัวเลือกว่าเราต้องการจะเพิ่มข้อความไหนบ้างเพื่อมาเป็น Highlight ของเรา เมื่อทำเสร็จแล้ว ประโยคที่เราสแกนก็จะไปอยู่บนแอพให้ทันที เพื่อน ๆ สามารถเลือกที่จะเพิ่มข้อความให้กับประโยค พร้อมกับระบุชื่อหนังสือ, ติดแท็ก, และระบุหน้าภายในหนังสือได้อีกด้วย การจัด Highlight นั้นก็จะทำให้เพื่อน ๆ ค้นหาข้อความที่เราจดเอาไว้ได้ง่ายขึ้น ดังนั้นก็แนะนำเป็นอย่างสูงเลยหล่ะครับที่เราควรจะเก็บข้อความให้มีระเบียบเรียบร้อย

การแชร์สิ่งที่เราสแกนนั้นก็ไม่ยากเลย เพียงแค่กดแชร์เท่านั้นก็เสร็จเรียบร้อยแล้วหล่ะครับ และภายในแอพก็จะมีให้เลือกอีกว่าจะแชร์เป็นทั้งเล่มหรือแค่ประโยคที่เราเลือกเอาไว้ หากแชร์ทั้งเล่ม เพื่อน ๆ ก็จะได้รับไฟล์ PDF ที่เต็มไปด้วยข้อความและสิ่งที่เราจดเอาไว้ แต่อย่าลืมนะครับว่าการแชร์เนื้อหาภายในหนังสือนั้นอาจผิดกฏหมายลิขสิทธิ์หนังสือได้ ดังนั้นอย่าลืมที่จะให้เครดิตและใช้งานข้อความตามที่ผู้ถือสิทธิ์อนุญาตด้วยหล่ะ

Highlighted สามารถดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว ไม่เสียค่ารายเดือนซักบาท เพื่อน ๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ทั้งหมดในแอพได้ที่เว็บไซต์ https://highlighted.app/

Documents

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังใช้แอพติดเครื่องอย่าง Files ของ Apple ก็คงจะเจอปัญหาการทำงานหลาย ๆ อย่าง เช่นการเปิดอ่านไฟล์หรือการเชื่อมต่อกับแอพจัดเก็บไฟล์อื่น ผมเองก็มีปัญหาเช่นกันและเป็นหนักมากด้วยเพราะผมก็มีใช้ iPad เป็นบางคราว ผมจึงลองและติดใจแอพอย่าง Documents ที่จะทำให้การจัดการไฟล์และฟีเจอร์ที่มีมากกว่าแอพ Files ทำให้ผมติดใจแอพ Documents มาถึงจุดนี้

Documents รองรับการเชื่อมต่อกับ Dropbox, Google Drive, Box, OneDrive, WebDAV Server, FTP Server, SFTP Server, SMB Server, SharePoint, และ Yandex ที่เพื่อน ๆ สามารถลงชื่อเข้าใช้และใช้งานไฟล์ได้จากแอพ Documents ได้เลย พร้อมฟีเจอร์การแก้ไขไฟล์อย่าง Text Editor และ PDF Editor ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมือนเพื่อน ๆ โหลดแอพแก้ไขไฟล์ PDF มาเลยหล่ะครับ รวมไปถึงการจัดการไฟล์และโฟลเดอร์แบบ Drag and Drop ที่น่าจะคุ้นเคยกัน พร้อมกับการดูข้อมูล Metadata อีกมากมาย

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจก็คือการเปิด WebDAV Server ที่จะทำให้เพื่อน ๆ โอนย้ายไฟล์จากในแอพ Documents ออกหรือเข้า PC/Mac ผ่านในหน้าเว็บเบราว์เซอร์อย่างง่ายดาย เพียงแค่เชื่อมต่อกับ WiFi เดียวกันก็สามารถโอนถ่ายไฟล์ได้แล้ว

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ผมติดใจก็คือการรองรับฟีเจอร์ Native ของ iOS ที่รวดเร็วมาก อย่างเช่นการรองรับ Widgets และการออกแบบแอพที่คล้ายกับแอพบนแพลตฟอร์ม Apple จึงทำให้คนที่ใช้อุปกรณ์ Apple อยู่เป็นประจำอยู่แล้วก็ไม่ยากเลยครับที่จะย้ายมาใช้แอพ Documents

Documents เป็นแอพใช้ฟรีซึ่งรวมไปถึงการเชื่อมต่อกับแอพฯ จัดเก็บไฟล์ภายนอกและการดูไฟล์เบื้องต้น แต่หากว่าเพื่อน ๆ ต้องการฟีเจอร์ขั้นสูง อย่างเช่นการแก้ไขตัวอักษรใน PDF, การแปลงไฟล์ PDF เป็นสกุลอื่น และยังมาพร้อมกับบริการ VPN เพียงสมัครสมาชิกรายเดือนเพื่อใช้งานฟีเจอร์ทั้งหมด เพื่อน ๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอพได้ที่ https://readdle.com/documents

Feedly

หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักแอพอย่าง Google News หรือพวก Apple News ที่เป็นแอพที่เอาไว้สำหรับอ่านข่าว แต่อย่างหนึ่งที่แอพพวกนั้นไม่มีนั่นก็คือปํญหาการรองรับครับ เพราะว่าแอพเหล่านั้นจำเป็นต้องให้เราไป Subscribe สำนักข่าวที่เราสนใจ แต่เพื่อน ๆ จะต้องสนใจทำไมหล่ะครับเพราะว่าเรามีแอพอย่าง Feedly แล้ว

Feedly เป็นแอพอ่านข่าวและอื่น ๆ ที่สามารถดึงตัวอักษรภายในเว็บไซต์ให้ผู้ใช้งานได้อ่านอย่างง่ายดาย เพียงกรอก URL เว็บไซต์ของสำนักข่าว (จะลองกับเว็บไซต์ของเราก็ได้นะ) เพื่อน ๆ ก็จะเห็นโพสท์ล่าสุดผ่านในแอพได้แล้ว พร้อมทั้งเรายังสามารถปรับ Theme และ Font ตามใจชอบได้อีกด้วย หากใครใช้ RSS Reader อยู่แล้วน่าจะชอบแอพนี้อยู่ไม่น้อยเลยหล่ะครับ

แต่ติดนิดหน่อยที่ว่าแอพฯ ดูเหมือนจะไม่สนับสนุนเว็บไซต์ซะเท่าไหร่ เพราะว่ามันจะข้ามโฆษณาภายในหน้าเว็บให้เลย ทำให้ผู้ผลิตคอนเท้นท์หมดสิทธิ์ในการสร้างรายได้จากการอ่านของคุณ

แต่ฟีเจอร์ภายในแอพก็ยังมีอีกมากมาย อย่างเช่นหน้า Discover ที่เพื่อน ๆ สามารถหาคอนเท้นท์ใหม่ตามประเภทเว็บไซต์หรือการทำ Bookmark ให้ง่ายต่อการเอามาอ่านอีกครั้ง

Whoscall

เคยหรือไม่ครับที่มีใครไม่รู้โทรมาหาคุณระหว่างวัน ผมเองนี่เจอบ่อยมากและส่วนใหญ่ก็จะเป็นขนส่งโทรมายืนยันการรับของ แล้วผมรู้ได้อย่างไรหล่ะ? นั่นก็เพราะว่าผมใช้แอพฯ ระบุเบอร์โทรศัพท์อย่าง Whoscall นั่นเองครับ เพื่อน ๆ จะได้ใช้มันในการป้องกันตัวอย่างเช่นเบอร์โทรมาก่อกวน หรือโทรมาขายประกัน/ขายของ ในแอพนี้ก็จะแสดงข้อมูลของเบอร์ที่โทรหาเราผ่านในหน้าการรับสายให้เราโดยอัตโนมัติเลยหล่ะครับ

เพียงแค่โหลดแอพฯ เอาไว้ในเครื่อง ตั้งค่า “Caller ID” ตามขั้นตอนการติดตั้งแอพ แล้วก็กดดาวน์โหลดฐานข้อมูลเข้ามายังโทรศัพท์ก็เรียบร้อยแล้วหล่ะครับ ครั้งต่อไปที่มีใครโทรหาเพื่อน ๆ แอพนี้ก็จะทำการเขียนเอาไว้ว่าใครเคยอธิบายเบอร์นี้ไว้ว่าอะไร เช่น “ส่งของ” หรือ “โทรมาแล้วไม่มีเสียง” เป็นต้น ทำให้เราสามารถที่จะปฏิเสธสายก่อนที่เราจะรับได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

และภายในแอพก็ยังมีการแสดงข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเช่นประวัติการโทรระหว่างคุณ พร้อมทั้งค่ายมือถือที่เป็นเจ้าของเบอร์อีกด้วย และหากว่าใครอยากที่จะรายงานเบอร์โทรศัพท์เพื่อไม่ให้คนอื่นโดนเหมือนเราก็สามารถกด “รายงาน” เพื่อเป็นการรายงานเข้าไปยังแอพฯ และเป็นการเพิ่มคุณภาพของการระบุเบอร์โทรศัพท์ให้กับผู้ใช้อื่นอีกด้วย

Whoscall นั้นเปิดให้ดาวน์โหลดฟรี และยังรองรับการปิดโฆษณา การอัพเดทฐานข้อมูลเบอร์โทรศัพท์อัตโนมัติในการสมัครสมาชิกรายเดือนอีกด้วย เพื่อน ๆ สามารถดาวน์โหลดแอพฯ ได้ที่ https://whoscall.com/

แชร์สตอรี่นี้