คำแนะนำก่อนซื้อ-หลังซื้อ Nintendo Switch ต้องรู้อะไรบ้าง?

สำหรับหลายคนที่กำลังหาซื้อ Nintendo Switch ในปี 2022 แล้วยังไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้าง วันนี้เราก็จะมาสรุปเนื้อหากันตั้งแต่ตัวเครื่อง Switch, เกี่ยวกับเกมและการซื้อเกม, ต้องซื้อ SD Card เพิ่มหรือไม่ และอีกมากมายทั้งมือใหม่ให้กับมือใหม่หัดเล่น Nintendo Switch ได้เอาไปใช้งานกันเลย
เกี่ยวกับ Nintendo Switch
Nintendo Switch คือเครื่องเล่นเกมใหม่ล่าสุดจากทาง Nintendo ที่เป็นทั้งผู้จัดจำหน่ายเกมเองด้วย ที่เปิดตัวมาในปี 2017 กับคอนเซ็ปท์การรวมหน้าที่คอนโซลติดทีวีห้องนั่งเล่นอย่าง Nintendo Wii และอุปกรณ์เกมมิ่งพกพา ที่วันนี้มีเกมให้ผู้เล่นได้เลือกเล่นแล้วถึง 4,000 เกม ที่แน่นอนว่าจะมีเกมแฟรนไซส์อย่าง Super Mario, Kirby, Legends of Zelda, Animal Crossing, Ring Fit และอีกมากมายเป็นเกม Exclusive เฉพาะคอนโซลของ Nintendo Switch เท่านั้น
นอกจากนี้เพื่อน ๆ จะได้เล่นเกมที่คุณเองสามารถพกพาไปไหนก็ได้ ซึ่งเหลือไม่มากแล้วในยุคสมัยของอุปกรณ์เล่นเกมที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต พูดง่าย ๆ เลยก็คือ Use Case ของ Nintendo Switch เองนั้นตอบโจทย์การเล่นเกมไปเสียทุกองค์ประกอบเลย แต่จะเหมาะสมกับคุณมากแค่ไหนก็ต้องรอติดตามชมกัน
Nintendo Swich มีรุ่นไหนบ้าง
ในตอนนี้ ทาง Nintendo ได้ออกสินค้าอย่าง Nintendo Switch ออกมาให้ผู้เล่นเกมได้จับจองเป็นจำนวนทั้งหมด 3 โมเดลดังต่อไปนี้:
อ่านต่อฉบับเต็มสำหรับใครที่กำลังอยากรู้ว่าสามรุ่นนี้แตกต่างกันอย่างไร ก็สามารถอ่านต่อได้ที่สตอรี : เปรียบเทียบ! Nintendo Switch, NS OLED, NS Lite ต่างกันอย่างไร?
Nintendo Switch (กล่องแดง-กล่องขาว)
เป็นรุ่นปกติและรุ่นมาตรฐานของ Nintendo Switch เลยทีเดียวสำหรับรุ่น “Nintendo Switch” ที่ฟีเจอร์นั้นให้มาครบถ้วนและใช้งานฟีเจอร์ได้ทั้งหมดตามที่เครื่องคอนโซลพกพาได้อย่าง Nintendo Switch ทั่ว ๆ ไปควรมี

Nintendo Switch OLED
รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง “Nintendo Switch OLED” ที่มีจุดเด่นของเวอร์ชันนี้เป็นหน้าจอแบบ OLED ที่จะให้ความดำที่ดำสนิท และเพิ่มความน่าหลงใหลให้กับการเล่นเกมแบบพกพาเป็นอย่างมากกับหน้าจอที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม และการอัพเดทฮาร์ดแวร์ภายในอีกหลายรายการ

Nintendo Switch Lite
รุ่นน้อง “Nintendo Switch Lite” ที่มีการปรับสิ่งที่ไม่จำเป็นเกี่ยวกับเครื่องคอนโซลที่มักใช้เล่นบนทีวีให้เหลือเพียงการใช้งานแบบพกพาอย่างเดียว แต่ยังสามารถเล่นเกม Nintendo Switch ได้ (ยกเว้นบางประเภทเกม) ทำให้มีราคาที่ถูกและเอื้อมถึงมากยิ่งขึ้น

และหลาย ๆ คนเองก็ยังหวังว่าอีกไม่กี่ปีนี้ทาง Nintendo Switch ก็จะมีการพัฒนาด้านฮาร์ดแวร์อย่างต่อเนื่อง เช่นเรื่องของลำโพง, การรองรับ Full HD สำหรับการเชื่อมต่อทีวี, ประสิทธิภาพในการเล่นเกมกับผู้อื่น และอีกมากมาย ซึ่งจากที่ดูแล้วมีความเป็นไปได้สูงว่า Nintendo เองก็จะไม่เตะ Switch ออกไปง่าย ๆ แม้ว่าวันเปิดตัววันแรกจะทำให้เครื่องรุ่นแรกมีอายุกว่า 5 ปีเข้าไปแล้ว
Nintendo Switch ทำอะไรได้บ้าง?
ผู้เล่นหลายคนมักจะซื้อ Nintendo Switch เพื่อมาเล่นเกมแบบพกพา พร้อมกับได้เล่นเกมค่าย Nintendo เพราะเป็นเครื่องอุปกรณ์เดียวที่ทาง Nintendo จะเข้ามาทำเกม (หรือเรียกว่า Exclusive) และนอกจากนี้ก็ยังมีเกมที่ใช้งาน Joy-Con อย่างเช่นเกมปาร์ตี้ เกมออกกำลังกาย เกมแข่งเต้น ให้เล่นอีกด้วย
ทำให้สรุปได้ว่า Nintendo Switch เองนั้นนอกจากเอาไปเล่นนอกบ้านเหมือนเล่นเกมบนโทรศัพท์แล้ว ก็ยังสามารถเล่นเกมสไตล์ Nintendo Wii เครื่องเล่นเกมที่เรียกเสียงฮือฮาให้กับผู้เล่นทั่วโลกเป็นจำนวนมาก ได้ผ่านการเชื่อมต่อเข้ากับทีวี
วิธีซื้อเกม Nintendo Switch
สำหรับวิธีซื้อเกมให้กับเครื่อง Nintendo Switch ก็มีให้เลือกทั้งหมด 2 ประเภทดังต่อไปนี้
Physical Copy
เป็นในรูปแบบตลับเกมที่ผู้เล่นสามารถจับต้องได้ และไม่จำเป็นต้องใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อดาวน์โหลดเกม ซึ่งหาซื้อได้จากร้านค้าทั่วไปและออนไลน์
Digital Copy
เป็นในรูปแบบดาวน์โหลดผ่านร้านค้าออนไลน์อย่าง Nintendo eShop หรือซื้อโค้ดแลกรับเกมภายใน Nintendo eShop
ในแต่ละช่องทางการซื้อนั้นมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป แต่เพื่อน ๆ สามารถเลือกซื้อเกมให้กับ Nintendo Switch ของคุณได้จากทั้งสองช่องทางและสามารถไปมาได้
ซื้อเกมบน eShop หรือตลับอันไหนดีกว่ากัน?
ข้อดีของการซื้อบน eShop ที่นอกเหนือจากการสลับเกมเล่นได้ทันทีแล้ว ก็ยังมีเรื่องของราคาเกมที่ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนประเทศที่เกมนั้นมีราคาถูกกว่าประเทศอื่นได้ และนอกจากนี้สโตร์ USA เองก็มีช่วงเวลาการลดราคาสูงสุด 70% และวนให้เลือกซื้ออย่างต่อเนื่อง ทำให้เพื่อน ๆ เองสามารถประหยัดค่าเกมจากวิธีนี้ได้เช่นเดียวกัน
ซึ่งเราเองก็แนะนำว่าให้พ่วงสมัครบัตร Travel Card หรือบัตรเครดิต/เดบิท ที่ให้อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศที่ราคาถูก เพราะนั่นจะทำให้คุณประหยัดไปได้อย่างน้อย 2.5% ++ เพียงเปลี่ยนไปใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินที่ถูกกว่า
ส่วนข้อดีของการซื้อเป็นแบบตลับก็คือเรื่องของการมอบเป็นของขวัญให้กับผู้อื่น หรือยังเป็นประโยชน์ต่อผู้เล่นในประเทศไทยอย่างเช่นการซื้อเกมมือสอง และ ขายทอดตลาดมือสอง ทั้งหมดนี้คุณสามารถทำได้เฉพาะการใช้ตลับเกมเท่านั้น เพราะในตอนนี้การซื้อผ่าน eShop จะต้องผ่านทาง Nintendo แต่เพียงผู้เดียว
แถมว่าคุณอาจจะไปเจอของดีราคาถูกของผู้เล่นอื่น ที่ตอนนี้อาจจะไปใช้ชีวิตจนไม่ได้มาแตะ Nintendo Switch แล้ว ก็เลยต้องมาขายโล๊ะทิ้งแบบนี้ แถมคุณเองยังซื้อทุกอย่างในสกุลเงินไทยได้อีกด้วย
ภูมิภาคของเกม (Region)
หลังจากที่เพื่อน ๆ เลือก Nintendo Switch มาครอบครองได้แล้ว อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญมากที่สุดเลยก็คือเรื่องของความเข้าใจในการเข้าไปอยู่ใน Ecosystem ของ Nintendo Switch อย่างเต็มตัว ตัวอย่างเช่นการซื้อเกม เล่นเกม และการขายเกมให้กับผู้อื่น ซึ่งทั้งหมดนี้ก็มีรายละเอียดและเงื่อนไขของแต่ละเกม, แต่ละภูมิภาค, และลักษณะการซื้อเกม
แต่รู้หรือไม่ว่าการเล่นและซื้อเกม Nintendo Switch นั้นมีเงื่อนไขการเกี่ยวกับประเทศและกลุ่มประเทศอยู่ และทั้งหมดนั้นก็จะตัดสินว่าเพื่อน ๆ จะเล่นเกมอย่างไร และซื้อบริการเพิ่มเติมจาก Nintendo Switch ได้อย่างไรเลยหล่ะ
การเปิดให้เล่นข้ามโซน
เกม Nintendo Switch เองมีการแบ่งการจัดจำหน่ายเกมออกมาเป็นภูมิภาค (Region) แต่ไม่มีการล็อคโซนแต่อย่างใด เฉกเช่นเดียวกันกับจำพวก PlayStation และ Xbox ที่ตัวเครื่อง, ตัวผู้เล่น, และตัวเกมไม่จำเป็นต้องอยู่/เป็นประเทศเดียวกัน ตัวอย่างเช่นเครื่องที่ซื้อในไทยกับเกมโซนญี่ปุ่นที่สามารถเล่นร่วมกันได้
ข้อจำกัดเมื่อเล่นข้ามโซน
แม้ว่า Nintendo Switch จะสามารถเล่นข้ามโซนกันได้ แต่การรองรับด้านภาษาอาจไม่มีตัวเลือกบางภาษา (เช่นภาษาอังกฤษ) และการใช้งานที่อาจไม่สามารถซื้อส่วนเสริม (DLC) กับบัญชีผู้ใช้งาน Nintendo ได้ ดังนั้นทางที่ดีคือต้องตรวจสอบว่าเกมนั้น ๆ จะมีภาษาและส่วนเสริมอะไรที่คุณอยากจะใช้/อยากจะซื้อไหม แล้วหลังจากนั้นก็ให้ซื้ออย่างถูกต้องเพื่อให้สามารถเล่นได้ตามความต้องการ
ข้อยกเว้นเลยสำหรับโซนของประเทศจีน (CHT) ที่อาจจะมีเงื่อนไขมากกว่าโซนอื่น เช่นภาษาที่ให้เลือกอาจมีเพียงภาษาจีนเท่านั้น หรือไม่สามารถเล่นกับเครื่อง Nintendo Switch บางโซนเป็นต้น

ตัวเลือกโซน
สำหรับเกมประเภทตลับเกม (Physical Copy) ก็จะมีการแยกออกมาหลัก ๆ อยู่ทั้งหมด 7 โซน ที่จะถูกระบุเอาไว้ที่ตัวบรรจุภัณฑ์ (บริเวณบาร์โค้ด) และตัวตลับ ที่จะมีการขึ้นต้นรหัสสินค้าตามตัวย่อของแต่ละโซนดังต่อไปนี้:
- อเมริกาเหนือ (North America)
- ยุโรป (Europe)
- ญี่ปุ่น (Japan)
- ออสเตรเลีย (Australia)
- จีน (แผ่นดินใหญ่), ฮ่องกง, ไต้หวัน (Mainland China, Hong Kong, Taiwan)
- เกาหลี (Korea)
- เอเซีย (Asia)
เล่นทั่วไปควรเลือกโซนไหนดี?
โดยเราเองก็ขอแนะนำโซนที่หลาย ๆ คนเลือกซื้อเกมผ่าน Nintendo eShop ในประเทศต่อไปนี้
- สหรัฐอเมริกา (เกมลดราคาบ่อย รองรับบัตรเครดิตไทย)
- สหราชอาณาจักร (ลดบ่อยเช่นกัน)
- แอฟริกาใต้
- บราซิล
- รัสเซีย (ปิดตัวชั่วคราวเนื่องจากการโจมตีทางทหาร)
- ญี่ปุ่น (มีเกมญี่ปุ่นครบถ้วน)
- ออสเตรเลีย
แต่สำหรับการซื้อผ่านตลับเกม ก็สามารถซื้อได้ทั้งหมดเลย เพียงแต่อย่าลืมว่าถ้าต้องการซื้อ DLC ด้วย ก็ต้องให้อยู่ในโซนเดียวกัน (อ่านต่อได้ในหัวข้อถัดไป)
วิธีการซื้อ DLC สำหรับเกม
ปัญหาใหญ่ของการซื้อเกมก็คือการซื้อ DLC ให้กับเกมใน Nintendo Switch แบบตลับนั้นจำเป็นต้องซื้อในโซนเดียวกัน แต่สำหรับการซื้อ DLC ผ่าน eShop เองต้องซื้อในบัญชีผู้ใช้งานเดียวกัน (หรือก็คือประเทศเดียวกัน) ถึงจะสามารถซื้อและเล่นเกมส่วนเสริมได้ โดยทั้งหมดนี้จะต้องซื้อผ่าน Nintendo eShop เท่านั้น
ดังนั้นหากใครที่กำลังจะซื้อตลับเกมและมีแนวโน้มว่าจะซื้อ DLC ด้วย ก็ต้องลองพิจารณาในจุดนี้ด้วย เพราะคุณเองอาจจะต้องไปซื้อเกมใหม่หรือ DLC ใหม่ เพราะทาง Nintendo เองไม่ได้แจ้งเตือนการซื้อข้ามโซนแต่อย่างใด

วิธีเล่นเกมออนไลน์ (Nintendo Switch Online)
หลาย ๆ เกมภายใน Nintendo Switch เองก็ได้มีโหมดให้เล่นหลายคนผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งเพื่อจะเล่นได้นั้นจำเป็นต้องใช้รวมไปถึงระบบที่แชร์งานต่าง ๆ ไปสู่โลกอินเตอร์เน็ต ผู้เล่นนั้นจำเป็นต้องสมัครบริการ Nintendo Switch Online ที่จะเป็นการจ่ายรายเดือน / รายไตรมาส (3 เดือน) / รายปี ซึ่งสามารถซื้อได้ผ่านบัญชีผู้ใช้งาน Nintendo ซึ่งจะเป็นโซนเดียวกันกับการซื้อเกมและ DLC ผ่าน Nintendo eShop
แต่ในบางเกมที่มีผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคน เพื่อน ๆ ก็อาจจะต้องสมัคร Nintendo Switch Online ให้กับบัญชีนั้นด้วย หรือทำการเปลี่ยนแผนการสมัครมาเป็นแบบครอบครัว (Family Plan) ที่จะให้เล่นกันได้ทั้งหมด 8 บัญชี
สำหรับข้อมูลและราคาก็สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ Nintendo Switch Online ผ่านเว็บไซต์หรือตัวเลือก Nintendo Switch Online บนเครื่อง Nintendo Switch ได้เลย
วิธีเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ (Storage)
ในหลายการใช้งาน การเพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้กับเครื่อง Nintendo Switch จะไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลย เพราะคุณเองก็สามารรถลบเกมออกไปจากเครื่องตอนไหนก็ได้ แต่หลาย ๆ เกมที่ผ่านมาในช่วงไม่กี่ปีนี้ ได้มีความต้องการพื้นที่จัดเก็บมากขึ้น โดยเฉพาะเกมระดับ Triple A (AAA) ที่ปาเข้าไป 45 GB เข้าไปแล้ว เกินพื้นที่จัดเก็บภายในเครื่องเกินไปมาก
หนึ่งในวิธีการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บที่ดีที่สุดสำหรับ Nintendo Switch ก็คือการซื้อ SD Card ตามความจุที่เราต้องการ ที่วันนี้หาซื้อได้ถึง 2TB (สำหรับ Nintendo Switch ทั้งสามรุ่น) และเอาไปเสียบในช่องใส่ SD Card ที่อยู่ด้านหลังตัวเครื่องเพื่อเริ่มใช้งานได้ทันที
อ่านต่อฉบับเต็ม แต่สำหรับใครที่กำลังหาวิธีเพิ่มพื้นที่จัดเก็บอยู่ก็สามารถอ่านต่อได้ที่สตอรี : เคล็ดลับเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ Nintendo Switch ได้อย่างไร?
วิธีเชื่อมต่อกับทีวี (Docking)
การเชื่อมต่อ Nintendo Switch เข้ากับ TV ง่ายนิดเดียว เพียงทำการต่อสาย HDMI ระหว่างตัว TV เข้าไปยังตัว Dock ที่แถมมาให้ในกล่อง (ยกเว้นรุ่น Lite) พร้อมกับจิ้มสายชาร์จ USB-C เข้ากับตัว Dock เพื่อชาร์จระหว่างการเล่นตลอดเวลา เมื่อทำทั้งหมดแล้วตัว Switch ก็จะแสดงผลเกมบนหน้าจอ TV ให้เลยทันที
ซึ่งจะขึ้นหน้าจอทีวีเป็นคุณภาพ 1920×1080 pixel (Full HD) เท่านั้น แต่หากว่าทีวีของคุณเป็น 4K ตัวทีวีก็จะทำการยืดภาพให้เต็มหน้าจอโดยอัตโนมัติ
ปัญหาที่ต้องรู้ก่อนซื้อ Nintendo Switch
ข้อจำกัด Nintendo Switch กับประเทศไทย
ต้องบอกก่อนว่าทาง Nintendo เองยังไม่มีการเข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทยด้วยตนเองในทุกส่วนองค์ประกอบ ทำให้ในตอนนี้ยังไม่มีเกม, เครื่องเล่นเกม, อุปกรณ์เสริม, ช่องทางชำระเงิน, สกุลเงิน, การรองรับภาษาอินเตอร์เฟส, ฯลฯ ให้กับผู้เล่นชาวไทยอย่างเป็นทางการ แต่มีเพียงการซ่อมและร้านค้าอย่างเป็นทางการของทาง Nintendo เท่านั้น ผู้เล่นจึงอาจต้องแบกรับภาระหรือ/และแก้ไขปัญหาด้วยตนเองในบางส่วน
ปัญหาของการไม่รองรับประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
พูดง่าย ๆ เลยก็คือผู้เล่นจะไม่สามารถเลือกโซนเวลาประเทศไทยในเครื่องได้ ไม่สามารถตั้งหน้าอินเตอร์เฟสให้เป็นภาษาไทยได้, ไม่สามารถซื้อเกมผ่าน Nintendo eShop ในสกุลเงินบาทไทยได้, ไม่สามารถ ซื่งหลายประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เองก็ยังไม่มีการรองรับของพวกนี้เช่นเดียวกัน ก็ต้องรอติดตามดูว่าทาง Nintendo เองจะมีการประกาศขยายการให้บริการในพื้นที่ South East Asia อย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด
ปัญหาหลักของการมีโซนสำหรับตัวเกม
แต่แม้ว่าจะไม่มีการล๊อคโซนของตัวเกมและเครื่องเกม แต่ตัวเลือกภาษา, เกมที่อยู่ใน Nintendo eShop และ การเข้าถึงแอพฯ สตรีมมิ่ง ก็อาจไม่มีให้ผู้เล่นได้เลือกใช้งาน ดังนั้นผู้ซื้อเกมข้ามโซนควรทราบอย่างสังเขปว่าเกมนั้นรองรับภาษาที่คุณต้องการหรือไม่
รวมไปถึงเรื่องของการซื้อเกมและเนื้อหาดาวน์โหลด (DLC) ที่ทำในร้าน Nintendo eShop นั้นจะไม่มีประเทศไทยให้เลือกใช้งาน ผู้เล่นจึงจำเป็นต้องทำการซื้อเกม
